
BGHหา4กูรูขายหุ้นกู้หมื่นล.
เตรียมขายต่างประเทศประมาณไตรมาส3สหโมเสคหมดเกลี้ยงพันล้านดอกเบี้ย5.2%
เตรียมขายต่างประเทศประมาณไตรมาส3สหโมเสคหมดเกลี้ยงพันล้านดอกเบี้ย5.2%
BGH สัปดาห์นี้เลือกที่ปรึกษาการเงิน 4 ราย ขายหุ้นกู้แปลงสภาพสกุลเงินบาท 1 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากตลาดทุน เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) จะลงนามแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินทั้งไทยและต่างประเทศจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร บล.เครดิตสวิส และธนาคารเมอร์ริลลินช์เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพวงเงินรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาทในช่วงประมาณไตรมาส 3 ปี 2557 โดยการขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะออกไปขายในต่างประเทศในสกุลเงินบาทให้กับนักลงทุนต่างประเทศทั้งหมด
“ตอนนี้ BGH อยู่ระหว่างเตรียมการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเสนอวาระการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ หลังผู้ถือหุ้นอนุมัติน่าจะใช้เวลาประมาณ 23 สัปดาห์ จะออกหุ้นกู้ได้คาดว่าอยู่ภายในช่วงไตรมาส 3 นี้ ซึ่งหุ้นกู้แปลงสภาพถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศมากกว่า จึงเสนอขายในต่างประเทศทั้งหมด” แหล่งข่าว เปิดเผย
สำหรับแผนการใช้เงินในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้ขยายกิจการ รวมถึงแผนการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลในประเทศเพิ่ม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจโรงพยาบาลของบริษัท
ด้าน บริษัท สหโมเสค อุตสาหกรรม (UMI) น.ส.ปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยถึงความสำเร็จในการขายหุ้นกู้มูลค่า 1,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.20% ต่อปี ระหว่างวันที่ 1417 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ ได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างมากและขายไปหมดเกลี้ยงแล้ว โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ลงทุนทุก 3 เดือน
สำหรับวัตถุประสงค์การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ บริษัทเตรียมนำเงินที่ได้ไปชำระหนี้ระยะสั้นและระยะยาวจำนวน 900 ล้านบาท ส่วนที่เหลือนำไปลงทุนขยายกิจการ
“การออกหุ้นกู้ถือเป็นการทดสอบตลาด เพราะเราไม่เคยออกมาก่อน และได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง” น.ส.ปวีณา กล่าว
สำหรับปัญหาการเมืองที่เริ่มคลี่คลายส่งผลให้ความเชื่อมั่นการบริโภคและการลงทุนเริ่มฟื้นกลับคืนมา ทำให้มั่นใจว่าแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง และการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐจะกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังให้ปรับตัวเพิ่มมากขึ้น
ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ผลกระทบจากปัญหาการเมือง ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายจะมีการขยายตัวลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังยอดขายน่าจะเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมั่นใจภายในสิ้นปีนี้ยอดขายรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีกลยุทธ์การทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยให้ความสำคัญกับการขายผ่านดีลเลอร์ และที่สำคัญจะมีการปรับรูปแบบการขายผ่านช่องทางของการขายโครงการ รวมทั้งการขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศเออีซีมากขึ้น เพราะเชื่อว่าจะเป็นอีกช่องทางสำคัญที่จะทำให้ยอดขายของบริษัทขยายตัวตามเป้าหมายที่ตั้งไว้







