
วัสดุก่อสร้างพึ่งนวัตกรรมโกยยอด
ชูจุดขายสร้างเร็วแก้แรงงานขาดต้านแผ่นดินไหว
ชูจุดขายสร้างเร็วแก้แรงงานขาดต้านแผ่นดินไหว
วัสดุก่อสร้างบริษัทรับสร้างบ้าน โชว์นวัตกรรมแก้ปัญหาแรงงานต้านแผ่นดินไหวปั้นยอดขาย
นายสรพงษ์ จันทร์นฤกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นยิปซัมตราช้าง เปิดเผยว่า บริษัทได้เร่งทำตลาดแผ่นยิปซัมบอร์ดกับระบบผนังโซลิดวอลล์ตราช้างเพื่อแก้ปัญหา ขาดแคลนแรงงาน ส่งมอบงานก่อสร้างได้เร็วขึ้น แม้ว่าจะมีต้นทุนที่สูงกว่าการก่ออิฐฉาบปูนราว 5-10% แต่เมื่อเทียบกันแล้วจะพบว่าได้คุณภาพงานที่ดีกว่า สามารถป้องกันเสียงและมีความแข็งแรงกว่าคอนกรีตมวลเบา
“ราคาขายรวมติดตั้งนั้นจะอยู่ที่เฉลี่ย 8001,000 บาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) แม้ว่าจะแพงกว่าก่ออิฐฉาบปูน แต่ก็สามารถประหยัดเวลาได้กว่า 1 เท่าตัว หากเทียบการติดตั้งใช้คนงานน้อยกว่าและไม่ต้องเป็นแรงงานฝีมือก็สามารถทำได้” นายสรพงษ์ กล่าว
สำหรับมูลค่ารวมตลาดยิปซัมปีนี้มีมูลค่า 8,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิตรวม 90 ล้าน ตร.ม. ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาด 55% โดยคาดว่าปี 2558 ตลาดรวมจะเพิ่มขึ้น 78% ขณะที่บริษัทเติบโตสูงขึ้น 10% ทั้งนี้ในปี 2556-2557 ซึ่งปิดงบเดือน มิ.ย.มียอดขายรวม 4,400 ล้านบาท และคาดว่าในปีงบ 2557-2558 จะเติบโตขึ้น 10% มียอดขายรวม 4,800 ล้านบาท
ด้าน นายปราโมทย์ ธีรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์พัฒนา กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวบ้านต้านแผ่นดินไหวสูงสุด 6.9 ริกเตอร์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสร้างบ้านกับบริษัท เพราะโครงสร้างบ้านทั่วไปตามกฎกระทรวงในปัจจุบันจะกำหนดโครงสร้างบ้านรับแรง ต้านแผ่นดินไหวได้เพียง 5 ริกเตอร์เท่านั้น จึงถือเป็นจุดขายสำคัญที่บริษัทจะนำเข้ามาทำตลาด
สำหรับภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในสิ้นปีนี้ยังสามารถเติบโตได้ประมาณ 57% จากมูลค่าตลาดรวมที่จดทะเบียนในนามบริษัท 1.15 หมื่นล้านบาท โดยปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านยังมีอัตราการเติบโตที่ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับราคาวัสดุก่อสร้างยังอยู่ในระดับทรงตัวแม้ว่าเหล็กจะมีการปรับราคาขึ้นมาบ้าง แต่ภาพรวมถือว่ายังรับได้
นอกจากนี้ การที่ลูกค้าระดับบนยังคงหันมาใช้จ่ายเงินกับการสร้างบ้านราคาสูงกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการรับสร้างบ้านของบริษัทที่ปีนี้ยังคงมีอัตราการเติบโต 3 เท่าตัว จึงทำให้มั่นใจว่าภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตได้ที่ 57%







