posttoday
"คสช." 2 เดือนอัดฉีดกำลังซื้อในตลาดยังไม่ฟื้น

"คสช." 2 เดือนอัดฉีดกำลังซื้อในตลาดยังไม่ฟื้น

22 กรกฎาคม 2557

เพียงพริบตาเดียว ผ่านไปแล้ว 2 เดือน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งเดินหน้าตามแผนงานหรือโรดแมป คืนความสุขให้ประชาชน เข้าระยะที่ 2 แล้ว โดยในเดือน ก.ค.นี้ คสช.สัญญาว่าจะมีธรรมนูญปกครองชั่วคราวออกมาไม่เกิน 50 มาตรา และเตรียมตั้งคณะรัฐมนตรี

เพียงพริบตาเดียว ผ่านไปแล้ว 2 เดือน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งเดินหน้าตามแผนงานหรือโรดแมป คืนความสุขให้ประชาชน เข้าระยะที่ 2 แล้ว โดยในเดือน ก.ค.นี้ คสช.สัญญาว่าจะมีธรรมนูญปกครองชั่วคราวออกมาไม่เกิน 50 มาตรา และเตรียมตั้งคณะรัฐมนตรี

ท่ามกลางโรดแมปที่เดินหน้าเข้าเดือนที่ 2 ดังกล่าว ภาคธุรกิจมองผลที่ออกมา บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า แนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของ คสช.ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าทำได้ดีและเร็ว ตรงกับความต้องการประชาชนและนักธุรกิจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ยังไม่ฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น แต่กลับไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอย เพราะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยังชินกับการระวังการซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า

ขณะที่เม็ดเงินกว่าแสนล้านบาท ที่จ่ายให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเม็ดเงินไม่ได้ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพราะชาวนานำเงินไปชำระหนี้ทั้งในและนอกระบบมากกว่า เงินจึงไม่ได้สะพัดอย่างที่คิด ส่วนสิ่งที่ต้องการหลัง 2 เดือนยึดอำนาจ อยากให้ คสช.เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นกลับมา ดึงให้ผู้บริโภคออกมาใช้จ่าย เช่น จัดบิ๊กอีเวนต์ครั้งใหญ่ กระตุ้นการท่องเที่ยว พ่วงกับการจัดมหกรรมลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การบริหารประเทศของ คสช. ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีสัญญาณที่ดีขึ้น เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสูงขึ้น เห็นได้จากการกล้าออกมาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวน่าจะส่งผลให้การบริหารงานในเดือนที่ 3 กระตุ้นให้ภาพรวมเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นต่อๆ ไป

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่ดีดังกล่าวคงไม่ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจโตเร็วมากนัก เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำงบประมาณปี 2558 ซึ่งทุกอย่างคงต้องใช้เวลา เช่นเดียวกับภาพรวมธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจปลายน้ำ ภาพรวมเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ยังไม่ส่งผลดีทันที คาดต้องรออีก 36 เดือน จึงจะเห็นภาพชัดเจน

อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มในช่วง 2 เดือนแรกที่ คสช.เข้ามาบริหารทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยดีขึ้น เชื่อว่าในเดือนต่อไปน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงน่าจะส่งผลดีกับภาพรวมประเทศไทย

อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การเข้ามาของ คสช.ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา อย่างน้อยก็ทำให้เหตุการณ์บ้านเมืองสงบลง ความมั่นใจของผู้บริโภคทยอยฟื้นตัว สะท้อนได้จากยอดขายที่อยู่อาศัยที่ฟื้นตัวกลับทันที ทำให้ผู้ประกอบการมีความกล้าในการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ มากขึ้น โดยนับจากนี้อยากเห็นการปฏิรูปกฎหมายที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง พร้อมลดกระแสความขัดแย้งทางการเมือง เพื่อให้ประเทศเดินไปได้อย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ควรกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องสนับสนุนภาคธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เพราะเมื่อระบบเศรษฐกิจดี ทุกธุรกิจก็จะดีขึ้นเอง ซึ่งจะเป็นวิธีการที่จะทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพต่อเนื่อง


เพียงใจ แก้วสุวรรณ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า โดยรวมการวางแผนการแก้ไขปัญหาของ คสช. วางแผนได้ดีตรงจุดที่ต้องการแก้ไขตามที่ได้มีการประกาศแผนมาก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่สามารถสรุปผลได้ เพราะการแก้ไขปัญหาต่างๆ ยังไม่แล้วเสร็จลุล่วง จากการดูแนวทางการแก้ไขปัญหาและมาตรการต่างๆที่ออกมาเป็นต้นว่า การแก้ไขปัญหาแรกในการเข้ามาทำงานคือแก้วิกฤตปัญหาชาวนาในการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งถือว่าเป็นการจับประเด็นได้ดีจากปัญหาต่างๆเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งการเรียงลำดับความสำคัญได้อย่างรวดเร็วพอสมควร รวมถึงการตั้งคณะทำงานที่มีความน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ ไม่ต้องกังวลถึงการเกิดปัญหาซ้ำเก่า โดยในภาพรวมการทำงานตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ถึงปัจจุบันเพียง 2 เดือนก็สามารถทำอะไรๆออกมาได้ดีในภาพรวม

สำหรับสิ่งที่อยากให้ คสช.ทำในเดือนที่ 3 คือเดินหน้าตามแผนโรดแมป 3 เฟสที่จะต้องมีการตั้งสภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูป และตั้งคณะรัฐมนตรีชั่วคราว ซึ่งจากแผนการเตรียมการต่างๆ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ หากทำได้ตามแผนก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้นพอสมควร

เนื่องจากการเดินหน้าแผนต่างๆ จะต้องมีการเดินหน้าทางนโยบาย การทำงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ดังเช่นที่ผ่านมา สภาพัฒน์ฯได้มีการปรับเพิ่ม ตัวเลขจีดีพี จากเดิมที่รอยู่ในระดับ 11.5% เป็น 1.52.5% ซึ่งถ้าหากเป็นไปตามแผนทั้งหมด ก็จะเดินหน้าได้ตามแผนที่วางไว้

ด้านนักวิชาการ ชลิต ลิมปนะเวช นักการตลาดและอุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แผนกระตุ้นเศรษฐกิจจากนี้ ที่ คสช.ต้องเร่งดำเนินการ คือ การสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงคมนาคมทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและให้ไทยเหนือชั้นด้านระบบคมนาคมเหนือประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ส่วนการทำงาน 2 เดือนที่ผ่านมา ให้คะแนน 8 เต็ม 10 ถือว่าทำได้รวดเร็ว และทำในสิ่งที่ถูกต้อง คาดครึ่งปีหลังนี้มาตรการต่างๆ จะกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว6% และผลักดันให้ทั้งปีจีดีพีโต 0.51% “เชื่อว่าการคลี่คลายปัญหาต่างๆของคสรช.จะเห็นผลขึ้นในเร็ววัน เนื่องจากคณะทำงานเป็นคนซื่อมือสะอาด มาทำงานเพื่อกอบกู้ประเทศ ให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ในที่สุด ขณะที่ประเด็นทางด้านภาษีทั้งหลาย ที่หลายฝ่ายจะมีการปรับปรุงแก้ไขมองว่าเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจในการปรับปรุงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมองว่าการปรับปรุงด้านภาษีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากประเทศไทยต้องเตรียมตัวเข้าสู่การเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้ทันเทียมประเทศอื่นจะได้ไม่เกิดการเสียเปรียบหรือเป็นอุปสรรค” เพียงใจ กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี