
ลีสซิง 4 ล้อไม่ฟื้นแบงก์เล็กปรับทัพหนีตาย
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
“พอร์ตส่วนใหญ่ของเราเกือบ 70% เป็นเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งสถานการณ์รถยังไม่ดี แม้เราจะปรับประมาณการเศรษฐกิจมาเป็น 2% จาก 1.5% แต่ไม่ส่งผลต่อสินเชื่อปีนี้มากนัก กำลังซื้อถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือน การลงทุนชะลอตัวเพราะกำลังการผลิตยังต่ำกว่า 60%” อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าว
นับเป็นอีกหนึ่งเสียงจากกลุ่มสถาบันการเงินที่เน้นธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งสะท้อนความเห็นออกมาในช่วงไตรมาส 3 นี้ว่า แม้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนไทยจะเริ่มกลับมาพร้อมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่การซื้อและการลงทุนจริงโดยเฉพาะการเช่าซื้อรถยนต์ยังฟื้นไม่ทันความเชื่อมั่น เนื่องจากปัจจัยหลายประการ อาทิ ผลพวงจากนโยบายคืนภาษีรถคันแรกปี 2555 และภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 82% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
อรนุชประเมินว่าสินเชื่อรวมของทิสโก้ในปีนี้ จะพลิกหดตัวราว 23% จากต้นปีที่เคยตั้งเป้าหมายเติบโต 10% เนื่องจากครึ่งปีแรกสินเชื่อติดลบไปถึง 4% ส่วนครึ่งปีหลังแม้จะเห็นสัญญาณเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากนโยบายภาครัฐ แต่คงจะไปเห็นผลเป็นรูปธรรมในปีหน้า
ดังนั้น กลยุทธ์ในช่วงครึ่งปีหลังจึงขอเน้นที่การบริหารความเสี่ยง โดยธนาคารยอมรับสินเชื่อที่อาจหดตัวได้ แต่ต้องดูแลคุณภาพสินเชื่อเพื่อไม่ให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลากไปทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ธนาคารเชื่อว่าจะรักษาระดับผลประกอบการให้เป็นบวกในปีนี้ ตั้งเป้ารักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (นิม) สิ้นปีอยู่ที่ 2.9% ดีขึ้นจาก 2.6% เมื่อปีที่แล้ว เพราะต้นทุนการเงินลดลงจากเงินฝากครบกำหนด พร้อมทั้งเสริมรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ ธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
ขณะที่ สุทัศน์ เรืองมานะมงคล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า สินเชื่อที่ตกมากที่สุด คือ เอสเอ็มอี แต่พอร์ตไซส์เล็กไม่ถึง 10% จึงไม่ฉุดมาก เนื่องจากธนาคารเน้นสินเชื่อกลุ่มดีลเลอร์ซึ่งถูกกระทบจากยอดขายรถชะลอตัว แต่ในกลุ่มโลจิสติกส์ เช่น รถบรรทุก รถโดยสารยังพอไปได้ คาดว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีจะฟื้นในครึ่งปีหลังที่ดีลเลอร์เริ่มต้องการสินเชื่อเพื่อสต๊อกสินค้ามากขึ้นรับเศรษฐกิจดี และยังเชื่อว่าจะดูแลเอ็นพีแอลให้ลงมาเหลือ 2% ในสิ้นปีนี้ได้ จาก 2.7% ในครึ่งปีแรก
“สินเชื่อรายใหญ่ที่มีสัดส่วน 19.5% ยังขยายตัวได้ 23% ในครึ่งปีแรก และครึ่งปีหลังก็ยังมีความต้องการ ดังนั้นมั่นใจว่าสินเชื่อธุรกิจทั้งรายใหญ่และเอสเอ็มอีจะเติบโต 35% ในปีนี้ แต่ยังไม่จำเป็นต้องระดมทุนมารองรับสินเชื่อโต เพราะตอนนี้สภาพคล่องเรายังสูงมาก มีเพียงพอกับความต้องการสินเชื่อในครึ่งปีหลังแน่นอน” สุทัศน์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ สถานการณ์ที่ยังคงย่ำแย่ของตลาดเช่าซื้อรถยนต์ ส่งผลให้ธนาคารขนาดย่อมหลายรายต้องทยอยประกาศปรับกลยุทธ์ด้านรายได้ในปีนี้กันมาแล้ว
ธนาคารเกียรตินาคินปรับแผนด้วยการลดความร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทประกันให้เหลือเพียงรายเดียว ในการให้บริการประกันสินเชื่อและบริการประกันชีวิตพื้นฐาน และยังลดพันธมิตรบริษัทประกันในการให้บริการประกันภัยรถยนต์เหลือเพียง 4 ราย จากปัจจุบันมีมากกว่า 10 ราย พร้อมกันนี้ยังหั่นการลงทุนขยายสาขา แต่หันมาใช้วิธีที่ต้นทุนถูกกว่า เช่น ขายผ่านโทรศัพท์ ออนไลน์ และขายตรงแทน
ขณะที่ธนาคารธนชาตซึ่งมีพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ในสัดส่วน 55% หรือราว 4 แสนล้านบาทนั้น ก็ต้องพบกับยอดคงค้างสินเชื่อรถยนต์ที่ลดลง 23% ในครึ่งปีแรก ซึ่งแม้ธนาคารจะเชื่อว่าสินเชื่อรถยนต์น่าจะฟื้นตัวได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้ ตามธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีที่เริ่มฟื้นตัว แต่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ธนาคารธนชาตต้องหันมารุกธุรกิจรายใหญ่และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งนับเป็นการปรับทัพกันอย่างถ้วนหน้าของกลุ่มแบงก์ขนาดย่อม ก่อนที่จะไปเริ่มเซตซีโร่ตั้งเป้าโตกันใหม่ในปีหน้า







