
ญี่ปุ่นงัดแผนแก้วิกฤตต่างชาติไล่ฮุบ SME
ทาเคชิ คาเนโกะ เจ้าของธุรกิจค้าปลีกอาหาร วัย 71 ปี
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
ทาเคชิ คาเนโกะ เจ้าของธุรกิจค้าปลีกอาหาร วัย 71 ปี กำลังหาทางพักผ่อนด้วยการใช้เวลาถึง 9 ปีในการหาผู้มาสืบทอดธุรกิจที่ตนได้รับมาจากบิดา
“ผมเป็นห่วงเสมอว่าใครจะมาสืบทอดกิจการเมื่อผมอายุ 60 ปี เนื่องจากลูกๆ ของผมเป็นผู้หญิงทั้งหมด และปัจจุบันก็แยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว” คาเนโกะ กล่าว
ในปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่บรรดาธุรกิจรายย่อยกำลังประสบภาวะไร้ผู้สืบทอดธุรกิจ เนื่องจากการเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ ทำให้คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสืบทอดธุรกิจรุ่นใหม่มีจำนวนไม่มากนัก ซึ่งนับเป็นเรื่องใหญ่สำหรับแดนปลาดิบ ซึ่งมีธุรกิจรายย่อยจำนวนมากถึงราว 1 ล้านแห่ง
กรณีดังกล่าวจึงเป็นการเปิดทางให้กับนักลงทุนจีน นำโดย บริษัท ซิติก แคปิตัล พาร์ตเนอร์ส เจแปน ซึ่งเป็นบริษัทลูกของซิติก กรุ๊ป คอร์ป วาณิชธนกิจที่มีรัฐบาลจีนหนุนหลังรายใหญ่จากจีน ในการเข้าซื้อกิจการที่กำลังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง โดย ฮิโนโนบุ นากาโนะ กรรมการผู้จัดการอาวุโสของบริษัทดังกล่าว ยืนยันว่าทางบริษัทกำลังพิจารณาที่จะซื้อกิจการของเอสเอ็มอีญี่ปุ่น 200-300 แห่ง โดย 80% มีปัญหาเรื่องผู้สืบทอดกิจการ
ขณะเดียวกัน บริษัท กอร์ดอน บราเธอร์ส วาณิชธนกิจจากสหรัฐ ก็มีแผนที่จะลงทุนเม็ดเงินกว่า 1 หมื่นล้านเยน เพื่อซื้อกิจการเอสเอ็มอีของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาผู้สืบทอด โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกและเครื่องนุ่งห่ม และมีแผนที่จะขายทรัพย์สินบางส่วนของธุรกิจเหล่านั้นอีกด้วย
ในปัจจุบันผลพวงของภาวะธุรกิจไร้ทายาท ทำให้สัดส่วนธุรกิจรายย่อยในญี่ปุ่นปรับตัวลดลงถึง 20% ตั้งแต่ช่วงปี 1999-2012 ซึ่งสอดรับกับผลสำรวจของบริษัท โตเกียว โชโก รีเสิร์ช ที่เปิดเผยว่า มีเอสเอ็มอีหายจากวงจรธุรกิจไปถึง 28,943 ราย ในปี 2013 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลหลักคือ ไม่มีผู้สืบทอด
อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว โดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ได้ประกาศเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า จะบรรจุแผนการช่วยเหลือธุรกิจไร้ทายาทไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ
ขณะเดียวกัน ด้านหอการค้าประจำแต่ละจังหวัดก็ได้ออกโครงการให้ความช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจวัยเกษียณไปแล้ว โดยเป็นศูนย์กลางจับคู่ระหว่างผู้ที่อยากสืบทอดธุรกิจและผู้ที่อยากขายธุรกิจให้มาพบกัน
ในกรณีธุรกิจอาหารแห้งของคุณตาคาเนโกะ ปรากฏว่ามีผู้สมัครรับช่วงต่อกิจการถึง 26 ราย โดยคุณตาคาเนโกะได้เลือก โคโตมิ ชินยะ วัย 41 ปี ผู้สนใจในธุรกิจค้าปลีกอาหาร เป็นผู้รับสืบทอดกิจการและเข้ามาฝึกงานกับบริษัทตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
“หอการค้าญี่ปุ่นช่วยฟื้นกิจการของทางร้านได้มาก” เจ้าของร้านค้าปลีกของแห้งกล่าว นอกจากนี้ทางหอการค้ายังให้เงินกู้เพื่อการต่อเติมร้านอีกด้วย
กรณีการช่วยเหลือดังกล่าว จึงนับเป็นความพยายามของรัฐบาลญี่ปุ่นในการป้องกันไม่ให้เอสเอ็มอีตกอยู่ในมือชาวต่างชาติ ทั้งนี้บรรดาธุรกิจรายย่อยถือเป็นแหล่งผลิตเทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเลยก็ว่าได้ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านั้นนับเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา
“ธุรกิจรายย่อยหลายแห่งที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน มักสั่งสมประสบการณ์และพัฒนาเทคโนโลยีแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว” จังโกะ นิชิโอกะ หัวหน้านักเศรษฐ ศาสตร์ประจำรอยัล แบงก์ สกอตแลนด์ สาขาโตเกียว กล่าวพร้อมเสริมว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะประสบปัญหาใหญ่ในอนาคตหากเทคโนโลยีไม่ได้รับการส่งต่อ







