
เชื่อปีงบฯถัดไปยังไม่ขึ้นแวต
เอกชนชี้ตรึงแวต 7% อีกปีงบประมาณ ช่วยกระตุ้นได้ เชื่อปีถัดไปตรึงซ้ำปี 2540
เอกชนชี้ตรึงแวต 7% อีกปีงบประมาณ ช่วยกระตุ้นได้ เชื่อปีถัดไปตรึงซ้ำปี 2540
นายฉัตรชัย ตังคณานันท์ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า การคงภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต (VAT) ไว้ที่ 7% ในปีงบประมาณ 2558 (ก.ย. 2557-ต.ค. 2558) เหมือนเดิม ถือเป็นหนึ่งวิธีการในการผลักดันและกระตุ้นกลไกทางเศรษฐกิจให้มีอัตราการเติบโต ขณะที่การปรับแวตเพิ่มเป็น 10% ถือเป็นการส่งสัญญาณให้ประชาชนรีบจับจ่ายในช่วงกรอบเวลา 1 ปีที่คงแวตไว้ เริ่มวันที่ 1 ต.ค. 2557-1 ต.ค. 2558 ก่อนจะปรับขึ้น
สำหรับเรื่องที่มีหลายฝ่ายมองว่าหลังครบกำหนด 1 ปีงบประมาณที่คงแวต 7% แล้วปรับเพิ่มเป็น 10% อาจจะเป็นไปไม่ได้นั้น โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวความคิดดังกล่าว เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาอาจจะมีการยืดเวลาการจัดเก็บแวต 7% ออกไปอีกเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2553 ที่กฎหมายมีการจัดเก็บแวต 7% จนถึงปี 2540 ประเทศไทยเกิดปัญหาฟองสบู่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ จึงให้ประเทศไทยปรับการจัดเก็บแวตเพิ่มเป็น 10% แต่ใช้ได้เพียง 3 เดือน ก็ปรับลดมาอยู่ที่ 7% เหมือนเดิม เพราะประเทศไทยเกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูลผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า การประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 6.3% และเมื่อรวมกับภาษีท้องถิ่น 0.9% ก็เท่ากับ 7% ซึ่งก็คือเท่าเดิมไม่ได้ลด สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคในขณะนี้ เพราะเชื่อว่าภาษีมูลค่าเพิ่มจะลดลงจาก 7% เป็น 6.3% แต่การลดแค่ 0.7% ไม่มีผลทางด้านจิตวิทยาของผู้บริโภค หรือสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นได้ ส่วนการขึ้นแวตเป็น 10% ในปีงบประมาณถัดไป ก็ไม่มีผลให้คนเร่งซื้อสินค้าไปตุนมากขึ้น
ขณะที่การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 9% ซึ่งจะมีผลในเดือนต.ค.ปี 2558 ก็ไม่มีผลทำให้ผู้บริโภคตื่นตระหนกแห่ซื้อสินค้ากักตุน เพราะกลัวว่าสินค้าจะมีราคาแพง เนื่องจากระยะเวลาที่เกิดอีกกว่า 1 ปี อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจก็ยังไม่ได้ฟื้นมากนัก กำลังการซื้อผู้บริโภคเพิ่งเริ่มฟื้นตัวเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากคสช.ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจจากมาตรการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม เสนอแนวทางว่าภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเหลือเพียง 6% จึงจะจูงใจผู้บริโภคให้ออกมาจับจ่ายใช้สอย
นายตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซเรบอส ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์รังนก กล่าวว่า การประกาศลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 6.3% มีผลในแง่จิตวิทยาผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นกับภาวะเศรษฐกิจ และสามารถทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารัฐบาลคงต่ออายุภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เท่าเดิม หลังจากในเดือน ต.ค.ปี 2558 ภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องปรับเพิ่มขึ้นเป็น 9% ซึ่งการปรับเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้สินค้าต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน มีผลต่อค่าครองชีพของผู้บริโภคที่จะสูงขึ้น







