
เกียรตินาคินลดพันธมิตรประกันตามภาวะเศรษฐกิจ
ธนาคารขนาดเล็กอย่างธนาคารเกียรตินาคิน ที่มีกลุ่มลูกค้าชัดเจน คือ กลุ่มลูกค้าเช่าซื้อรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ธนาคารขนาดเล็กอย่างธนาคารเกียรตินาคิน ที่มีกลุ่มลูกค้าชัดเจน คือ กลุ่มลูกค้าเช่าซื้อรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นการให้สินเชื่อกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ จำเป็นต้องปรับตัวรับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ลดค่าใช้จ่ายเพื่อรักษากำไรจากผลประกอบการไว้ให้คงที่
ตลาดเช่าซื้อรถยนต์ที่ธนาคารเกียรตินาคินครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 ทำให้ธนาคารมีบริษัทประกันภัยรถยนต์เข้าร่วมทำการตลาดด้วยนับสิบราย ส่วนประกันสินเชื่อและประกันชีวิต ก็มีจำนวนมากรายไม่แพ้กัน
อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ธนาคารมีแผนลดความร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทประกันให้เหลือเพียงรายเดียว ในการให้บริการประกันสินเชื่อ (Credit Life) และบริการประกันชีวิตพื้นฐาน (Ordinary Life)
นอกจากนี้ จะลดพันธมิตรบริษัทประกันในการให้บริการประกันภัยรถยนต์เหลือเพียง 4 ราย จากปัจจุบันมีมากกว่า 10 ราย เพราะจะง่ายต่อการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาว และการวางระบบงานหลังบ้านให้คล่องตัวมากขึ้น
“เราเข้าใจว่าลูกค้าอยากมีทางเลือกบริษัทประกันรถยนต์เองอย่างที่พอใจ แต่การจัดการจะยุ่งยาก จึงอยากเลือกรายท็อปๆ ไว้สัก 3-4 ราย ที่ลูกค้าใช้บ่อยก็น่าจะเพียงพอ ส่วนพันธมิตรประกันสินเชื่อตอนนี้มี 2 บริษัท คือ เอไอเอ และเอซ ก็อยากจะปรับใหม่ แต่ถ้าเลือกแล้วคือจะใช้บริการระยะยาวไปเลย” อภินันท์ กล่าว
สำหรับช่องทางการขายประกัน ในฐานะที่เกียรตินาคินเป็นธนาคารขนาดเล็ก คงไม่เลือกวิธีลงทุนขยายสาขา แต่จะไปเน้นในช่องทางอื่นที่ต้นทุนถูกกว่า ได้แก่ ขายผ่านโทรศัพท์ เว็บไซต์ออนไลน์ และขายตรง โดยช่องทางที่สร้างลูกค้าให้ได้มากที่สุด คือ ขายผ่านโทรศัพท์ ทั้งมีลูกค้าโทรเข้ามาสอบถามและการโทรไปนำเสนอผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้า
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี ยอดสินเชื่อคงค้างของเกียรตินาคินหดตัว 2,000-3,000 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 2% โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่เป็นพอร์ตหลักของธนาคารหดตัวลง 23% ทำให้ทั้งปีคาดว่าสินเชื่อของธนาคารจะเติบโตเหลือเพียง 56% จากก่อนหน้านี้ที่ตั้งเป้าหมายสินเชื่อที่ระดับ 9.5%
นอกจากนี้ ในไตรมาส 2-3 ธนาคารอาจต้องจัดชั้นหนี้เชิงคุณภาพมากขึ้น ตามแนวโน้มคุณภาพหนี้ที่ด้อยลงตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากผู้เล่นรายใหญ่ที่เข้าแข่งขันประกอบกับความต้องการในตลาดปรับลดลงด้วย ทำให้ธนาคารต้องเพิ่มความระมัดระวังและจัดชั้นหนี้แม้จะยังไม่เป็นเอ็นพีแอล แต่ทั้งนี้สินเชื่อส่วนใหญ่จะมีหลักประกันสูงกว่ามูลหนี้ จึงไม่กระทบกับการตั้งสำรองของธนาคาร







