
มาเลย์อ้างICAOยันบินได้UNเร่งสอบปมยิงMH17ตก
สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ แถลงการณ์ยืนยันว่า เส้นทางบินเที่ยวบินเอ็มเอช 17
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ แถลงการณ์ยืนยันว่า เส้นทางบินเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ซึ่งออกจากกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์และมุ่งหน้าสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ก่อนถูกยิงตกเมื่อวันที่ 17 ก.ค. นั้นเป็นเส้นทางการบินที่องค์การบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ประกาศว่าเป็นเส้นทางปกติที่มีความปลอดภัยและเป็นน่านฟ้าที่ไม่ได้ถูกระงับการใช้
ทั้งนี้ เส้นทางบินเที่ยวบินเอ็มเอช 17 เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงมากที่สุด เนื่องจากเครื่องบินได้บินเหนือน่านฟ้ายูเครนก่อนถูกยิงตก โดยเป็นเส้นทางที่สายการบินอื่นๆ ในยุโรปและเอเชีย อาทิ ลุฟต์ฮันซา, เดลต้า แอร์ไลน์ส, เอเชียนา แอร์ไลน์ส, การูด้า อินโดนีเซีย และออล นิปปอน แอร์เวย์ส หลีกเลี่ยงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากมองว่าเป็น “เขตสงคราม” เพราะยังเกิดเหตุปะทะระหว่างกองทัพยูเครนที่ปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซีย ที่พยายามรุกคืบบุกยึดหลายเมืองทางตะวันออกของประเทศและยืดเยื้อมานานหลายเดือน
กระนั้น นอร์แมน แชงค์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน มองว่า สายการบินหลายแห่งยังคงใช้เส้นทางเดียวกับเอ็มเอช 17 เนื่องจากเป็นเส้นทางสั้นที่สุด ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง ทว่า โธมัส รูทธ์ ทนายความด้านการบินในชิคาโก กล่าวว่า การตัดสินใจใช้เส้นทางบินใดๆ ขึ้นอยู่กับสายการบินแต่ละแห่ง โดยควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือเป็นสำคัญ
ด้านสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเหตุโศกนาฎกรรมนี้ โดยรองเลขาธิการยูเอ็นด้านกิจการการเมือง จะรายงานสรุปวิกฤตยูเครนแก่ที่ประชุม ท่ามกลางการเรียกร้องให้ยูเอ็นเป็นโต้โผนำทีมสอบสวนสาเหตุการตก
จนถึงขณะนี้ แม้ยังไม่มีรายงานยืนยันถึงผู้บงการ แต่ อันตัน เฮราเชนโก ที่ปรึกษารัฐบาลยูเครน อ้างว่าเครื่องบินถูกยิงตกด้วยขีปนาวุธที่ถูกปล่อยจากระบบยิงขีปนาวุธจากภาคพื้นพิสัยกลางที่มีชื่อว่า “บัค” ที่ผลิตขึ้นในรัสเซีย ซึ่งยูเครนเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซีย โดยอ้างจากบันทึกบทสนทนาของกลุ่มดังกล่าวที่รับว่ายิงเครื่องบินจริง
จากเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว สร้างความเศร้าสลดไปทั่วโลก โดยผู้นำหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส และสิงคโปร์ ได้ส่งสารแสดงความเสียใจต่อผู้นำมาเลเซีย นาจิบ ราซัค ท่ามกลางการเรียกร้องให้มีการจัดตั้งทีมสอบสวนนานาชาติเพื่อหาสาเหตุการตกโดยเร็ว
ทางการเนเธอร์แลนด์สั่งลดธงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัย ขณะที่ทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่พบกระจัดกระจายทั่วบริเวณทุ่งทานตะวันและพื้นที่ในหลายหมู่บ้านอย่างน้อย 181 คน ใกล้กับจุดตกแล้ว
สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส แถลงยืนยันว่า ผู้โดยสารจำนวน 283 คน และลูกเรือชาวมาเลเซีย 15 คน รวม 298 คน อาจเสียชีวิตยกลำ โดยเป็นสัญชาติเนเธอร์แลนด์ 189 คน ออสเตรเลีย 27 คน มาเลเซีย 44 คน อินโดนีเซีย 12 คน อังกฤษ 9 คน เยอรมนี 4 คน เบลเยียม 4 คน ฟิลิปปินส์ 3 คน แคนาดาและนิวซีแลนด์ประเทศละ 1 คน ส่วนผู้โดยสารอีก 4 คน ยังไม่ทราบสัญชาติที่แน่ชัด โดยผู้โดยสารบางส่วนมีกำหนดเดินทางร่วมการประชุมเอดส์โลกที่เมลเบิร์นของออสเตรเลียในวันที่ 20 ก.ค.
ด้าน ซีเอ็นเอ็นมันนี่ อ้างนักวิเคราะห์ระบุว่า รัฐบาลมาเลเซียอาจต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่ขาดทุนอย่างหนัก 3 ปีติดต่อกัน หลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมต่อเนื่อง ทั้งเหตุเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 สูญหายไปตั้งแต่เดือน มี.ค. ตลอดจนการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินที่สูงขึ้นของสายการบินต้นทุนต่ำ







