posttoday
ปัญหาจากสิทธิการรักษาฉุกเฉิน

ปัญหาจากสิทธิการรักษาฉุกเฉิน

19 กรกฎาคม 2557

แม้กระทรวงสาธารณสุขจะมีนโยบายเรื่อง “เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ทั่วถึงทุกคน” ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ 1 เม.ย. 2555 เพื่อประโยชน์ในการรักษาผู้เจ็บป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันทีทันใด ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารักษาพยาบาลได้ในทุกโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบสิทธิ ไม่ต้องสำรองจ่าย โรงพยาบาลไม่มีสิทธิปฏิเสธการรักษาพยาบาล หากโรงพยาบาลนั้นมีความพร้อมในการรักษา และต้องได้รับการดูแลจนกว่าอาการจะทุเลา

แม้กระทรวงสาธารณสุขจะมีนโยบายเรื่อง “เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ทั่วถึงทุกคน” ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ 1 เม.ย. 2555 เพื่อประโยชน์ในการรักษาผู้เจ็บป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันทีทันใด ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารักษาพยาบาลได้ในทุกโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบสิทธิ ไม่ต้องสำรองจ่าย โรงพยาบาลไม่มีสิทธิปฏิเสธการรักษาพยาบาล หากโรงพยาบาลนั้นมีความพร้อมในการรักษา และต้องได้รับการดูแลจนกว่าอาการจะทุเลา

โดยนิยามของคำว่า “เจ็บป่วยฉุกเฉิน” ที่ให้คำจำกัดความไว้โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหมายถึง ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีอาการบ่งชี้ว่าจะเป็นอาการที่คุกคามต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญ ได้แก่ หัวใจ สมอง การหายใจ ต้องได้รับการรักษาและดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจทำให้เสียชีวิตได้รวดเร็ว ตัวอย่างผู้ป่วยฉุกเฉินมีอาการดังนี้ หัวใจหยุดเต้น หอบรุนแรง หมดสติไม่รู้ตัว มีอาการวิกฤตจากอุบัติเหตุ มีเลือดออกมาก ชัก แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว ถูกสารพิษ สัตว์มีพิษกัด หรือได้รับยามากเกินขนาด เป็นต้น

แต่ปัญหาหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาฉุกเฉินก็คือ การเรียกเก็บค่ารักษาหลังจากรักษาเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการเข้ารักษาในโรงพยาบาลแบบฉุกเฉิน มักจะเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ได้อยู่ตามสิทธิ ผู้ป่วยจึงอาจถูกเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูง เหตุเพราะโรงพยาบาลไม่มีการแจ้งสิทธิกับผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยก็จะอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะทางโรงพยาบาลก็ได้ให้การรักษาพยาบาลฉุกเฉินไปแล้ว จะเลี่ยงไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลก็เป็นไปได้ยาก

การจัดการปัญหากรณีที่เจ็บป่วยฉุกเฉินแล้วจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาทันที ญาติของผู้ป่วยควรประสานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่โทร. 1330 เพื่อให้ช่วยแจ้งประสานไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่เรียกเก็บเงินจากผู้ป่วย เพื่อทำเรื่องเคลมค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยไปยังสำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพ จากนั้นให้ประสานโรงพยาบาลที่ทำการรักษาให้ทำเรื่องเคลมค่ารักษาพยาบาลไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพ หากโรงพยาบาลมีการเรียกเก็บเงิน ให้ยืนยันการใช้สิทธิฉุกเฉินตามสิทธิที่มี หรือหากทางโรงพยาบาลมีการเรียกเก็บเงินมัดจำก่อนรักษาพยาบาล ควรให้สอบถามหรือเจรจากับทาง สปสช.

ใครที่อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค สามารถติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” นิตยสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผู้บริโภค www.ฉลาดซื้อ.com, www.facebook.com/chaladsue และโทร. 02-248-3737

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท