
ยิ้มรับเขตศก.พิเศษ
วอนเอื้อประโยชน์คนพื้นที่มากสุดห่วงแข่งชิงโอกาสธุรกิจทุนต่างถิ่นไม่ทัน
วอนเอื้อประโยชน์คนพื้นที่มากสุดห่วงแข่งชิงโอกาสธุรกิจทุนต่างถิ่นไม่ทัน
หอการค้ามุกดาหารขานรับแผนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ย้ำอยากเห็นคนท้องถิ่นได้ประโยชน์มากที่สุด
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้เห็นชอบพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมให้พัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อ.คลองใหญ่ จ.ตราด อ.สะเดา จ.สงขลา และพื้นที่ จ.มุกดาหาร
นายภมร เชาว์ศิริกุล ประธาน หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ต้องการเห็นภาครัฐพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้ประชาชนในพื้นที่ และภาคธุรกิจท้องถิ่นได้รับประโยชน์มากที่สุด ซึ่งในส่วนของ จ.มุกดาหารเป็นจุดสำคัญที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่ที่ผ่านมาการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจในต่างจังหวัด โอกาสทางธุรกิจส่วนใหญ่จะตกอยู่ในมือนายทุนรายใหญ่ นักลงทุนจากกรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่ง นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนชาวจีนที่สนใจเข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าวอยู่แล้ว เช่น การเปิดโรงงานยางพารา ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น หรือประชาชนในพื้นที่กลับไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่ได้รับประโยชน์จากการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้ หอการค้าภาคอีสานตอนบน และภาคอีสานตอนกลาง เช่น มุกดาหาร นครพนม สกลนคร เลย จะประชุมระดมความคิดเห็นในวันที่ 21 ก.ค. เพื่อหารือว่าเขตเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าวควรจะมีความพิเศษในรูปแบบใด เช่น ด้านแรงงาน ด้านการเงิน หรืออุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเอสเอ็มอี เป็นต้น เพื่อให้คนท้องถิ่นได้รับประโยชน์สูงสุด
“มองว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษยังไม่ใช่โอกาสของคนในพื้นที่ แต่เป็นโอกาสของนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งหากจะพัฒนาต้องคำนึงถึงความเจริญของคนในพื้นที่ควบคู่ไปด้วย เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาตามมาได้” นายภมร กล่าว
สำหรับ จ.มุกดาหาร ถูกใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าออกไปยังประเทศจีน โดยผ่านทั้งลาว และเวียดนาม อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก จาก มุกดาหารขอนแก่นตากพม่า ซึ่งเป็นเส้นทางสายตรงและมีศักยภาพมาก เพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าต่อไปอินเดียได้ด้วย
ด้านการค้าชายแดนไทยลาว ผ่าน จ.มุกดาหาร ในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. 2557 มีมูลค่าการส่งออก 6,310 ล้านบาท เติบโต 19.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นำเข้า 8,183 ล้านบาท เติบโต 9.33%







