
รายย่อยขายหวยไม่รุ่ง5เดือนแห่เลิกกิจการ
สสว.เผยเอสเอ็มอี 5 เดือนแรก ยกเลิกกิจการ 4,564 ราย พุ่ง 8.1% คนยกเลิกขายหวยมากสุด มั่นใจเอสเอ็มอีเริ่มมีสัญญาณฟื้น ส่งออก 5 เดือนแรกโต 7.5% การเมืองนิ่ง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคคึกคัก
สสว.เผยเอสเอ็มอี 5 เดือนแรก ยกเลิกกิจการ 4,564 ราย พุ่ง 8.1% คนยกเลิกขายหวยมากสุด มั่นใจเอสเอ็มอีเริ่มมีสัญญาณฟื้น ส่งออก 5 เดือนแรกโต 7.5% การเมืองนิ่ง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคคึกคัก
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ว่า มีการจดทะเบียนยกเลิกกิจการจำนวน 4,564 ราย เพิ่มขึ้น 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกิจการที่ยกเลิกมากสุดช่วง 5 เดือนแรก ได้แก่ การขายสลากกินแบ่ง ก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย อสังหาริมทรัพย์เพื่อพักอาศัย
ขณะที่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีการยกเลิกกิจการรวม 833 ราย ลดลง 0.5% จากเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยทุนจดทะเบียนของกิจการยกเลิกมีมูลค่า 3,331 ล้านบาท หดตัวลง 12% จากเดือนก่อนหน้านี้ ส่วนกิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ในช่วง 5 เดือนแรกของปีมีจำนวน 24,267 ราย ลดลง 20.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ กิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่สูงสุดช่วง 5 เดือนแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย ขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อพักอาศัย ส่วนการขอจัดตั้งเดือน พ.ค. มีจำนวน 4,583 ราย เพิ่มขึ้น 7% จากเดือนที่ผ่านมา และทุนจดทะเบียนของกิจการจัดตั้งใหม่มีมูลค่า 20,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากเดือนที่ผ่านมา
สำหรับการค้าระหว่างประเทศของเอสเอ็มอีช่วง 5 เดือนแรกของปี พบว่า มีทิศทางดีขึ้นโดยเฉพาะการส่งออก มีมูลค่ารวม 757,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 25.3% ของมูลค่าการส่งออกรวม ส่วนเดือน พ.ค. การส่งออก มีมูลค่า 157,987 ล้านบาท ขยายตัว 17.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และขยายตัว 11% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
ตลาดหลักส่งออกสินค้าช่วง 5 เดือนแรก สูงสุด ได้แก่ กลุ่มประเทศอาเซียน คิดเป็น 28.1% ต่อมูลค่าการส่งออกรวม รองลงมาคือ จีน คิดเป็น 11.1% สหภาพยุโรป คิดเป็น 10.3% ญี่ปุ่น คิดเป็น 9.6% และสหรัฐอเมริกา คิดเป็น 7.6% สินค้าที่ส่งออกสูงสุด ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ยางและของที่ทำด้วยยาง
การนำเข้าช่วง 5 เดือนแรกของปี มีมูลค่า 865,816 ล้านบาท ลดลง 18.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเดือน พ.ค. การนำเข้าสินค้ามีมูลค่า 179,913 ล้านบาท หดตัวลง 9.6% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2.19% จากเดือนก่อนหน้านี้ ตลาดนำเข้าสินค้าช่วง 5 เดือนแรกของปีสูงสุด ได้แก่ จีน คิดเป็นสัดส่วน 26.5% รองลงมา คือ อาเซียน คิดเป็น 15.1% ญี่ปุ่น คิดเป็น 14.2% กลุ่มสหภาพยุโรป 11.9% และสหรัฐอเมริกา 6.1% สินค้าที่นำเข้ามากที่สุด ได้แก่ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อัญมณีและเครื่องประดับ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า ตามลำดับ
“ภาพรวมเอสเอ็มอีไทยช่วง 5 เดือนแรก มีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น มาจากการเมืองคลี่คลาย กระตุ้นการบริโภคในประเทศ การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ เศรษฐกิจกลุ่มคู่ค้าหลักดีขึ้น ทำให้ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศขาดดุลลดลง ตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น ส่วนหลังจากที่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศให้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จึงคาดว่าเศรษฐกิจของประเทศรวมถึงสถานการณ์ของเอสเอ็มอี ตั้งแต่เดือนมิ.ย.เป็นต้นไป จะมีทิศทางที่ดีขึ้น” รายงานข่าว จาก สสว. กล่าว







