
ทำกำไรก้าวกระโดดใน TFEX ด้วย....อัตราทด
มีคำกล่าวกันว่า สินค้าในตลาด TFEX มีพลังในการสร้างกำไรสูงและมากกว่าการลงทุนในสินค้าอ้างอิงโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ หรือ หุ้น ด้วยกลไกการซื้อขายที่ทำให้เกิดอัตราทดในการสร้างกำไรได้สูงมากขึ้นหลายเท่าตัว ในครั้งนี้ คอลัมน์นัดพบ TFEX จึงขอนำเรื่องอัตราทดของสินค้าใน TFEX มาเล่านะครับ
มีคำกล่าวกันว่า สินค้าในตลาด TFEX มีพลังในการสร้างกำไรสูงและมากกว่าการลงทุนในสินค้าอ้างอิงโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ หรือ หุ้น ด้วยกลไกการซื้อขายที่ทำให้เกิดอัตราทดในการสร้างกำไรได้สูงมากขึ้นหลายเท่าตัว ในครั้งนี้ คอลัมน์นัดพบ TFEX จึงขอนำเรื่องอัตราทดของสินค้าใน TFEX มาเล่านะครับ
โดยปกติการตัดสินใจว่าจะลงทุนในสินค้าใดๆ ผู้ลงทุนจะพิจารณาจากอัตราการทำกำไรที่คาดว่าจะได้รับซึ่งอยู่ในรูปของเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเงินลงทุน เนื่องจากสะดวกและใช้เพื่อเปรียบเทียบเลือกสินค้าประเภทต่างๆ ในการลงทุนได้ ซึ่งการลงทุนในทองคำหรือหลักทรัพย์พื้นฐานตามปกติที่ใช้เงินเต็มจำนวน เมื่อราคามีการเปลี่ยนแปลงไป 1% หรือ 2% ก็จะสร้างผลกำไรให้กับการลงทุนทั้งหมดในสัดส่วนเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ซื้อหุ้น BLAND 1,000 หุ้น ที่ราคา 2 บาท ก็ต้องใช้เงินลงทุน 2,000 บาท เมื่อราคา BLAND เพิ่มขึ้น 1 % เป็น 2.02 บาท ต่อหุ้น ทำให้มูลค่าของพอร์ตปรับสูงขึ้นเป็น 2,020 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 1 % เช่นกัน
สำหรับการซื้อขายใน TFEX ที่เป็นสัญญาล่วงหน้า เนื่องจากไม่มีการซี้อขายเกิดขึ้น ณ วันนี้ แต่เป็นการตกลงราคาไว้โดยใช้เงินประกันในการค้ำประกันสัญญาที่ตกลงซื้อขาย โดยในระหว่างที่ยังทำสัญญาอยู่ ราคาของสัญญาจะมีการเคลื่อนไหวตามสินค้าอ้างอิง เช่น จากตัวอย่างหุ้น BLAND ข้างต้น BLAND Futures สัญญาเดือน กันยายน มีราคาอยู่ที่ 2.02 บาท เมื่อหุ้นปรับขึ้น 0.02 บาท ตัว BLAND Futures ก็ปรับเช่นเพิ่มเป็น 2.04 บาท (เพิ่ม 0.02 บาทเช่นกัน ) ซึ่ง 1 สัญญาที่อ้างอิง 1,000 หุ้น สามารถสร้างกำไรได้เท่ากับ 20 บาท (0.02 * 1,000) เช่นเดียวกับการลงทุนหุ้น BLAND แต่ในทางปฏิบัติ การซื้อ BLAND Futures ใน TFEX ใช้เงินลงทุนเพียง 152 บาทในการวางเป็นหลักประกันขั้นต้น ดังนั้น เมื่อ คำนวณอัตราผลตอบแทน ก็จะมีค่าเท่ากับ 13.16% ซึ่งมากกว่าการลงทุนในหุ้น BLAND โดยตรงถึง 13 เท่าเลยทีเดียว
กำไรที่เพิ่มมากขึ้นเกิน 10 เท่าตัวนี้ของสัญญา Futures เกิดขึ้นเพราะการซื้อขาย Futures ไม่ได้ใช่เงินเต็มจำนวนในขณะที่กำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นได้รับจากการเปลี่ยนแปลงราคาทำให้ผลกำไรที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนมีอัตราสูงขึ้น หรือเรียกได้ว่ามีอัตราทดจากผลตอบแทนในสินค้าอ้างอิงนั้นเอง
เราสามารถคิดอัตราทดของการซื้อขายสัญญา Futures ได้ไม่ยากด้วยการเปรียบเทียบมูลค่าของสัญญาหรือขนาดของสัญญาเทียบกับเงินประกันของสินค้านั้นๆ เช่นกรณี BLAND ที่ขนาดสัญญาเท่ากับ 2,000 บาท ในขณะที่ใช้หลักประกันที่ 152 บาท ดังนั้นจึงมีอัตราทดประมาณ 13.16 เท่า (2,000 / 152) ดังนั้น หากสินค้าอ้างอิงให้ผลตอบแทนที่ 1% สัญญา Futures นี้ก็จะให้ผลตอบแทนได้สูงถึง 13.16 % นั่นเอง
ลองมาดูสินค้าอื่นๆ กันนะครับ อย่างเช่น SET50 Index Futures ปัจจุบันมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 204,000 (1,020 * 200) ในขณะที่ต้องใช้หลักประกันเพียง 11,400 บาทต่อสัญญา ดังนั้น อัตราทด จะอยู่ที่ประมาณ 17.89 เท่า จึงทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสสร้างกำไรได้จำนวนมากในตลาด TFEX แม้สินค้าดังกล่าวอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก
USD Futures ก็เช่นกัน อาจจะมีราคาเปลี่ยนแปลงในอัตราที่ไม่สูงมากนัก แต่ด้วยคุณสมบัติของอัตราทดสูงถึง 65 เท่า (คิดจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 32.15 บาทต่อดอลลาร์ ที่ขนาดสัญญา 1000 ดอลลาร์ และหลักประกันที่ระดับ 494 บาทต่อสัญญา อัตราทดจึงเท่ากับ [32.15*1000 / 494]) ดังนั้นถึงแม้ค่าเงินจะเปลี่ยนแปลงไม่มาก อย่างเช่น 0.01 บาท ต่อดอลลลาร์ หรือ ประมาณ 0.03% เมื่อรวมผลของ USD Futures ก็สามารถสร้างกำไรได้ประมาณ 1.95% (0.03% * 65)
อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างข้างต้นเป็นตัวอย่างของอัตราทดที่ช่วยเสริมให้ผู้ลงทุนได้กำไรได้เพิ่มขึ้นจากการลงทุนเต็มจำนวนในสินค้าอ้างอิง แต่ในทางตรงกันข้าม หากผู้ลงทุนขาดทุนเนื่องจากผิดทาง อัตราทดก็จะส่งผลให้ผลขาดทุนมีสัดส่วนมากกว่าผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในสินค้าอ้างอิง อีกทั้งการซื้อขายสัญญา Futures ยังมีการคำนวณกำไรขาดทุนเป็นประจำทุกวัน ดังนั้น หากมีผลขาดทุนเกิดขึ้น เงินหลักประกันอาจไม่เพียงพอและต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในสินค้าอ้างอิง ผู้ลงทุนที่สนใจจึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าใน TFEX ก่อน โดยสอบถามโบรกเกอร์ซึ่งเป็นสมาชิก TFEX หรือ ติดต่อ SET CallCenter 02-229-2222 นะครับ







