
"ไอที"ปั้นกลยุทธ์ธุรกิจเทรนด์แอพมือถือบูม
นับวันระบบไอทียิ่งจะมีอิทธิพล และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญกำหนดยุทธศาสตร์ขององค์กร เพราะช่วยสร้างนวัตกรรม ธุรกิจใหม่ๆ และสิ่งสำคัญการเปลี่ยนถ่ายระบบไอทีเพื่อรับกับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทั่วโลก อุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต ขณะที่สินค้าและบริการต้องเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกที่ทุกทางและทุกโอกาส
นับวันระบบไอทียิ่งจะมีอิทธิพล และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญกำหนดยุทธศาสตร์ขององค์กร เพราะช่วยสร้างนวัตกรรม ธุรกิจใหม่ๆ และสิ่งสำคัญการเปลี่ยนถ่ายระบบไอทีเพื่อรับกับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทั่วโลก อุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต ขณะที่สินค้าและบริการต้องเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกที่ทุกทางและทุกโอกาส
ฉั่วไอพิน รองประธานเอเชียใต้ บริษัท ซีเอ เทคโนโลยีส์ ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า จากการวิจัย Vanson Bouene ได้สำรวจผู้บริหารไอทีระดับสูงกว่า 1,300 ราย ใน 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย และอีก 15 ประเทศทั่วโลก เดือน พ.ค.-ก.ค. 2556 มองว่าไอทีมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ขององค์กร และเป็นพื้นฐานสำคัญทางธุรกิจ โดยผู้บริหารเอเชียให้ความสำคัญถึง 89% ตามด้วยยุโรป 78% และสหรัฐอเมริกา 51%
ทั้งนี้ ฝ่ายไอทีกำลังจะเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนงานสายทางธุรกิจ โดยรูปแบบจะเปลี่ยนแปลงไปจากยุคที่รวมศูนย์ระบบไอทีมาเป็นผู้ช่วยสนับสนุนงานภาคอื่นๆ คาดว่ายอดการใช้จ่ายงานไอทีสำหรับสายงานอื่นๆ ใน 3 ปีข้างหน้า จะเพิ่มจาก 36% เป็น 45% เพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการแอพพลิเคชั่น และประสบการณ์การใช้งานที่ดีแบบทันเวลาและทันใจ ขณะที่องค์กรต่างๆ ต้องการเครื่องมือที่สร้างแต้มต่อเหนือคู่แข่งทางธุรกิจ
ปัจจุบันแนวโน้มที่เกิดขึ้นในโลกไอทีมี 3 เทรนด์ คือ 1.อุปกรณ์ทุกอย่างจะเกิดความเชื่อมโยงระบบอินเทอร์เน็ต 2.การสื่อสารต่างๆ จะเคลื่อนที่ไปได้ง่ายและทุกหนทุกแห่งบนสมาร์ทโฟน โดยพบว่าคนหนึ่งสามารถมีอุปกรณ์การสื่อสารได้ถึง 5 เครื่อง อาทิ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือกระทั่งมีแอพพลิเคชั่นถึง 26 แอพพลิเคชั่นต่อเครื่อง และในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีคนใช้แอพพลิเคชั่น 4,400 ล้านคน และ 3.ดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
ประเด็นที่ต้องจับตามองในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ ทวีปเอเชียจะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านระบบไอทีอย่างรวดเร็วกว่าทวีปอื่นๆ ในโลก โดยเฉพาะจีนเป็นประเทศที่ผู้บริหารไอทีระดับสูงเห็นถึงความสำคัญของไอทีที่มีต่อสายงานธุรกิจอื่นๆ เพิ่มขึ้นถึง 99% จัดว่าสูงที่สุดในโลก นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ระบบคลาวด์ ระบบโมบิลิตี้ ระบบวิเคราะห์ ระบบ Devops และฐานข้อมูล คือ 5 เทรนด์ที่กำลังจะส่งผลต่อฝ่ายไอทีในปัจจุบัน
สิ่งที่บริษัทต่างๆ ทั่วโลกและไทยพยายามขับเคลื่อนในขณะนี้ คือ ความต้องการซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ มากกว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นบนเว็บไซต์ เพราะสามารถทำให้สินค้าและบริการเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกที่ทุกทางและโอกาส โดยธุรกิจที่ต้องการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือในไทย อาทิ ธนาคาร ค้าปลีก เป็นต้น และมีแนวโน้มว่าธุรกิจอื่นๆ จะให้ความสำคัญมากขึ้น หลังจากพบว่าปริมาณการใช้สมาร์ทโฟนของคนไทยที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 15.3 ล้านเครื่อง เป็น 20 ล้านเครื่อง
นอกจากนี้ ยังพบว่าเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นใน 3 ปีข้างหน้านี้ คือ ไอทีจะเป็นเครื่องมือวางยุทธศาสตร์ธุรกิจ โดยแต่ละบริษัทจะให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นจาก 34% เป็น 40% และมองว่าไอทีจะช่วยสร้างประสบการณ์และความพึงพอใจให้กับลูกค้าเพิ่มจาก 30% เป็น 38% รวมทั้งจะช่วยผลักดันให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มจาก 21% เป็น 33% และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านสินค้าและบริการเพิ่มจาก 13% เป็น 20%
“กระแสไอทีในภูมิภาคเอเชียจะเปลี่ยนแปลง จากเดิมวางระบบไอทีมากกว่า 50% เพื่อบำรุงรักษาและดูแล แต่ 3 ปีข้างหน้าจะลดลงเหลือ 40% และกลับเพิ่มการลงทุนไอทีเพื่อเน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่จาก 40% เพิ่มเป็น 60% แต่ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ยังลงทุนไอทีเพื่อเก็บข้อมูลในองค์กร และสนับสนุนเทคโนโลยีให้กับพนักงานเท่านั้น” ฉั่ว กล่าว
สำหรับธุรกิจของบริษัท ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์นำเสนอโซลูชั่น 4 ด้าน ได้แก่ 1.การวางแผน 2.งานบริการ 3.งานเก็บข้อมูล 4.รักษาความปลอดภัย ขณะนี้องค์กรต่างๆ ต้องการเครื่องมือหรือระบบไอทีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยระบบ Devops ถือว่าเป็นโซลูชั่นใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการบริการให้ผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
จากนี้จะเห็นธุรกิจในเอเชีย รวมทั้งในไทยทยอยปรับระบบไอทีสายงานต่างๆ เพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง และเป็นการลงทุนระบบเพื่อพัฒนานวัตกรรม บริการใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค หมดยุคของการลงทุนระบบไอทีเพื่อดูแลรักษาระบบอีกต่อไป เพราะระบบไอทีคือหนึ่งยุทธศาสตร์ขององค์กรที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้เหนือคู่แข่งนั่นเอง







