posttoday
แฟล็กชิปฯ ปูพรม ลุยธุรกิจสื่อสาร

แฟล็กชิปฯ ปูพรม ลุยธุรกิจสื่อสาร

17 กรกฎาคม 2557

นับวันการแข่งขันในธุรกิจสื่อจะยิ่งมีความรุนแรง เพราะนับแต่ก้าวสู่ยุคทีวีดิจิทัลส่งผลให้มีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นมากหน้าหลายตา แต่สำหรับบริษัทกลุ่มเดอะ คิด (The Kid) กลับไม่กังวล แม้ว่าจะอยู่ในธุรกิจสื่อมาได้ไม่นาน เนื่องจากมีบริการที่ครบวงจร

นับวันการแข่งขันในธุรกิจสื่อจะยิ่งมีความรุนแรง เพราะนับแต่ก้าวสู่ยุคทีวีดิจิทัลส่งผลให้มีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นมากหน้าหลายตา แต่สำหรับบริษัทกลุ่มเดอะ คิด (The Kid) กลับไม่กังวล แม้ว่าจะอยู่ในธุรกิจสื่อมาได้ไม่นาน เนื่องจากมีบริการที่ครบวงจร

ปัจจุบันเดอะ คิด ดูแลธุรกิจในเครือ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มออนกราวด์ ดำเนินธุรกิจด้านอีเวนต์ ประกอบด้วย บริษัท เช้นจ์คอร์ปอเรชั่น และบริษัท ฟิวคอร์ปอเรชั่น กลุ่มออนไลน์ ดำเนินธุรกิจด้านสื่อออนไลน์และอื่นๆ ประกอบด้วย บริษัท ไฮเปอร์แอคทีฟ ออนไลน์ และกลุ่มออนแอร์ ดำเนินธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ ประกอบด้วย บริษัท แฟล็กชิป เอ็นเทอร์เทนเมนท์ และบริษัท ลิมบิกมาร์เก็ตติ้ง

กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟล็กชิป เอ็นเทอร์เทนเมนท์ บริษัทในกลุ่มเดอะ คิด กล่าวว่า นับจากนี้กลุ่มเดอะ คิด จะให้ความสำคัญกับธุรกิจกลุ่มออนแอร์มากขึ้น จากก่อนหน้านี้ให้ความสำคัญกับกลุ่มออนกราวด์ด้วยการรับจัดงานอีเวนต์ต่างๆ จนปัจจุบันสามารถผลักดันธุรกิจให้ขึ้นมาติดอันดับท็อป 5 ได้สำเร็จ

รูปแบบของธุรกิจออนแอร์ ที่บริษัท แฟล็กชิปฯ จะให้ความสำคัญจะเน้นไปที่การผลิตรายการในรูปแบบต่างๆ เข้ามาทำตลาด โดยปีนี้จะมี 1 รายการ คือ ดิ แองเจิล นางฟ้าติดปีก ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ส่วนปีต่อไปมีแผนจะผลิตรายการเพิ่มอีก 45 รายการ ซึ่งจะมีรูปแบบแตกต่างกันไป

“รายการดิ แองเจิล จะเป็นรายการแรกของปีนี้ โดยเป็นการแข่งขันเพื่อค้นหาแอร์โฮสเตสครั้งแรกในโลกและเป็นลิขสิทธิ์ของคนไทย เริ่มออกอากาศทางช่อง 3 ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา และช่วงปลายปีเรามีแผนที่จะนำลิขสิทธิ์รายการดังกล่าวไปจำหน่ายในต่างประเทศที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส และเริ่มนำร่องแล้วที่ประเทศเวียดนาม” กฤษณ์ กล่าว

จากความแข็งแกร่งของบริษัท แฟล็กชิปฯ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ในอัตราส่วนผู้ถือหุ้น 50 : 50 จึงทำให้มั่นใจว่ารายการโทรทัศน์ที่จะผลิตเข้ามาทำตลาดปีละไม่ต่ำกว่า 45 รายการ ต่อเนื่องนับจากนี้ไปอีก 35 ปีไม่ว่าจะเป็นรายการ วาไรตี้เกมโชว์ ทอล์กโชว์ เรียลิตี้ หรือละครจะประสบความสำเร็จแน่นอน โดยกลุ่มบริษัทในเครือจะคอย ซัพพอร์ตธุรกิจให้สมบูรณ์มากขึ้น

“หัวใจหลักของการผลิต 3 ข้อ คือ 1.ต้องเก่งมีความคิดสร้างสรรค์ (ครีเอทีฟ) 2.การผลิตต้องเป็นมืออาชีพ และ 3.การตลาดต้องรอบรู้เท่าทันเทคโนโลยี โดยปีนี้วางงบตลาดทั้งกลุ่มไว้ 100 ล้านบาท” กฤษณ์ กล่าว

แม้ว่าปีนี้จะหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจ ออนแอร์ แต่ในด้านของธุรกิจ ออนกราวด์ ยังคงให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับธุรกิจออนไลน์ โดยเฉพาะธุรกิจ ออนกราวด์ กฤษณ์ เล่าว่า หลังจากก้าวเข้าสู่ครึ่งปีหลังธุรกิจอีเว้นท์เริ่มปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างมาก ส่งผลให้ธุรกิจอีเว้นท์ของกลุ่ม ออนกราวด์ ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคาร ช้อปปิ้ง หรือรถยนต์ ซึ่งล้วนแต่เป็นลูกค้าเก่าที่เคยใช้บริการของกลุ่มธุรกิจออนกราวด์มาแล้ว

หลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องกลุ่ม เดอะ คิด คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 570 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มออนกราวด์ 70% กลุ่มออนแอร์ 20% และกลุ่มออนไลน์ 10% ขณะที่ปี 2558 ตั้งเป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มออนกราวด์ 50% กลุ่มออนแอร์ 40% และออนไลน์ 10% และเป้าหมายที่ไกลกว่านั้นคือ อีก 3-5 ปีนับจากนี้ จะสามารถนำบริษัทเข้า จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อย่างแน่นอน พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้เข้ากระเป๋าไม่ต่ำกว่า 1,200-1,500 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท