
รถไฟฟ้า-ค้าปลีกเพิ่มศักยภาพทำเลบางนา
ทำเลบางทำเลในกรุงเทพมหานครเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ จากการที่มีโครงการระบบขนส่งมวลชนเปิดให้บริการ ทั้งถนน ทางด่วน รถไฟใต้ดิน และรถไฟฟ้า โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ช่วงที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีการก่อสร้างแล้ว และเริ่มเปลี่ยนแปลงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถ้าเริ่มมีการก่อสร้าง
ทำเลบางทำเลในกรุงเทพมหานครเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ จากการที่มีโครงการระบบขนส่งมวลชนเปิดให้บริการ ทั้งถนน ทางด่วน รถไฟใต้ดิน และรถไฟฟ้า โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ช่วงที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีการก่อสร้างแล้ว และเริ่มเปลี่ยนแปลงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถ้าเริ่มมีการก่อสร้าง
อีกปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาพื้นที่อีกอย่าง คือ การที่มีโครงการพื้นที่ค้าปลีก เช่น ศูนย์การค้าขนาดใหญ่เปิดให้บริการ ซึ่งโครงการประเภทนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพและแรงดึงดูดของทำเลให้มากขึ้น เพราะว่าโครงการพื้นที่ค้าปลีกจะเปรียบเสมือนแม่เหล็กขนาดใหญ่ที่จะดึงดูดคนให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ให้มากขึ้น และบางครั้งช่วยเปลี่ยนโฉมของที่ดินโดยรอบให้มีการพัฒนามากขึ้น
นอกจากนี้ การที่มีโครงการพื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่มาเปิดให้บริการในพื้นที่นั้น ยังช่วยให้ราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาขายคอนโดมิเนียมปรับตัวเพิ่มมากขึ้น โดยถ้าพิจารณาจากราคาขายของโครงการที่อยู่ในพื้นที่รอบๆ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียมนั้น ในช่วงปี 2552 อยู่ที่ประมาณ 1.18 แสนบาท/ตารางเมตร แต่ในปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นไปมากกว่า 22% เลยทีเดียว
สี่แยกบางนาเป็นอีกทำเลที่ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกอีกกลุ่มของประเทศไทย ประกาศว่าจะพัฒนาโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งจะช่วยยกระดับพื้นที่โดยรอบสี่แยกบางนาให้เปลี่ยนไปมากขึ้น แม้ว่าจะมีการพัฒนาไปมากหลังจากที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายอ่อนนุชแบริ่ง เปิดให้บริการในปี 2554 มีคอนโดมิเนียมเปิดขายในพื้นที่รอบๆ สี่แยกบางนาตั้งแต่ก่อนปี 2551 จนถึงปัจจุบันมากกว่า 3,000 ยูนิต และถ้ารวมทั้งหมดจากแยกบางนาถึงวงแหวนรอบนอกน่าจะมากกว่า 5,000 ยูนิต
นอกจากนี้ การที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเปิดให้บริการยังส่งผลให้คอนโดมิเนียมบางโครงการในพื้นที่นี้สามารถขายห้องที่เหลือค้างมาเป็น 10 ปีได้มากขึ้น หรือบางโครงการสามารถปิดการขายได้เลย และรถไฟฟ้ายังมีการก่อสร้างส่วนต่อขยายไปสมุทรปราการอีกทันที ซึ่งไม่เพียงแต่ยอดขายเท่านั้นที่สูงขึ้น แต่บางโครงการยังสามารถปรับราคาขายขึ้นได้มากกว่า 16% ในช่วงระยะเวลา 2 ปี จากราคาประมาณ 8 หมื่นบาท/ตารางเมตร ในปี 2555 มาอยู่ที่ประมาณ 9.3 หมื่นบาท/ตารางเมตร ในปี 2557 แต่ในขณะเดียวกันบางโครงการก็ไม่สามารถปรับราคาขึ้นมาได้มากนัก หรือเพิ่มขึ้นแค่ประมาณ 35% ขึ้นอยู่กับสภาพของโครงการและทำเลที่ตั้ง
ในปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ประมาณ 7,330 ยูนิต ขายไปได้ประมาณ 80% จากทั้งหมด 13 โครงการ ในเขตบางนามีห้องแบบ 1 ห้องนอน มากที่สุดคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 63% และคอนโดมิเนียมที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีประมาณ 69% จากจำนวนที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคต โดยเฉพาะถ้าการก่อสร้างโครงการค้าปลีกมีความคืบหน้า และเศรษฐกิจของประเทศมีการขยายตัวมากขึ้นในอนาคต







