posttoday
เร่งดัน พรบ.ทวงหนี้คืนความสุขนกู้เงิน

เร่งดัน พรบ.ทวงหนี้คืนความสุขนกู้เงิน

17 กรกฎาคม 2557

ลูกหนี้ทั้งในและนอกระบบ ต่างร้องเฮ! หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

ลูกหนี้ทั้งในและนอกระบบ ต่างร้องเฮ! หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผลักดันร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ ให้ติด 1 ใน 6 กฎหมายเร่งด่วน เตรียมเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญการปกครอง

ร่างกฎหมายการทวงถามหนี้มีการผลักดันมานานตั้งแต่ปี 2553 เป็นกฎหมายสำคัญที่จะคุ้มครองสิทธิลูกหนี้ ซึ่งเป็นประชาชนผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากปัจจุบันมีความไม่เหมาะสมในการทวงหนี้ และไม่มีกฎหมายรองรับผู้ประกอบการบริษัทรับทวงหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด

สาระสำคัญร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแล พร้อมทั้งจัดระบบด้วยการขึ้นทะเบียนบริษัททวงหนี้ โดยกฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุมการกำกับดูแลการทวงหนี้ของเจ้าหนี้ เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์) ตลอดจนบริษัทเอกชนที่รับจ้างทวงหนี้ที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ ไม่ให้กระทำการหยามหมิ่นน้ำใจลูกหนี้จนเกินขอบเขต ทั้งการข่มขู่ หรือทำให้อับอาย

โดยผู้ประกอบธุรกิจทวงหนี้จะต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ และเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฎกระทรวงกำหนด ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็น “นักทวงหนี้เถื่อน” ที่มีบทลงโทษตามกฎหมาย

ปัจจุบันแม้ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกกฎกติกาเรื่องการทวงหนี้ แต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างครอบคลุม และที่แตกต่างออกไปก็คือ ร่างกฎหมายทวงหนี้ จะมีบทลงโทษในกรณีที่ผู้ทวงหนี้กระทำการทวงหนี้ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎหมายฉบับนี้ ทั้งโทษจำคุก โทษปรับ และโทษทางการปกครอง คือ การปรับไม่เกิน 1 แสนบาท แล้วแต่กรณี

แต่หากเป็นการทวงหนี้ในลักษณะที่เป็นการข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือกระทำการอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

เมื่อย้อนมองในมุมของ “ลูกหนี้” ชูชาติ บุญยงยศ ประธานชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล กล่าวว่า พ.ร.บ.ทวงหนี้ เป็นกฎหมายที่บรรดาลูกหนี้รอคอยมานานแล้ว ที่ผ่านมาลูกหนี้ได้รับการทวงหนี้ที่ไม่สุภาพและถูกข่มขู่เสมอ โดยเฉพาะบริษัททวงหนี้ที่ใช้ชื่อเป็นสำนักกฎหมายที่ขู่ว่าไม่ใช้หนี้จะต้องติดคุกบ้าง จะฟ้องนายจ้างให้อายัดเงินเดือนบ้าง รวมทั้งไปทวงหนี้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้โดยตรง เช่น ทวงหนี้กับพ่อแม่ นายจ้าง หรือผ่านเพื่อนของลูกหนี้ ทำให้ลูกหนี้รู้สึกอับอาย ถ้ามี พ.ร.บ.ทวงหนี้ จะทำให้ควบคุมบริษัททวงหนี้ที่ทำผิดกฎหมายและข่มขู่ลูกหนี้เหมือนนักเลงเหล่านี้ได้

“ผมไม่ได้สนับสนุนให้ลูกหนี้เบี้ยวหนี้หรือไม่ชำระหนี้ เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ ถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะดำเนินการตามกฎหมาย แต่กฎหมายก็ต้องเป็นธรรมกับลูกหนี้ด้วย” ชูชาติ กล่าว

ในมุมมองของผู้ประกอบการทวงหนี้ “ประชา ชัยสุวรรณ” ประธานชมรมติดตามหนี้ที่เป็นธรรม กล่าวว่า เห็นด้วยกับการออกกฎหมายทวงถามหนี้ แต่ก็ไม่อยากจะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายลูกหนี้ เพราะหากกฎหมายทวงหนี้ออกมามีผลบังคับใช้ เชื่อว่าเจ้าหนี้ทั้งหมดจะใช้วิธีฟ้องร้องดำเนินคดีกับลูกหนี้เร็วขึ้น ไม่มีการเจรจาหรือทวงหนี้ เพราะเกรงว่าหากทวงหนี้แล้วจะผิดกฎหมาย และมีโอกาสติดคุก อีกทั้งการฟ้องร้องดำเนินคดีจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ภาระที่เกิดขึ้นจะถูกผลักเป็นค่าใช้จ่ายการติดตามทวงหนี้ให้กับลูกหนี้ทั้งหมด

นอกจากนี้ นักลงทุนที่จะทำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ หรือการให้สินเชื่อรายย่อย ก็ไม่กล้าที่จะลงทุน เพราะหากปล่อยสินเชื่อไปก็ไม่สามารถจะใช้กระบวนการติดตามหนี้ได้ หรืออาจจะต้องคิดอัตราดอกเบี้ยสูงๆ เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการเป็นหนี้เสีย

เห็นที สนช.ต้องคิดให้รอบคอบในการทำคลอดกฎหมายทวงหนี้ฉบับนี้ออกมา เพื่อให้ลูกหนี้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ