
ตลท.คาดหุ้นไทยไปได้ต่อ
ต่างชาติยังเข้ามาซื้อเพิ่มขึ้นชอบmaiพื้นฐานแกร่งพี/อีต่ำกว่าภูมิภาค
ต่างชาติยังเข้ามาซื้อเพิ่มขึ้นชอบmaiพื้นฐานแกร่งพี/อีต่ำกว่าภูมิภาค
หุ้นไทยยังเดินหน้าต่อ ต่างชาติยังซื้อไม่หยุด พี/อี ล่วงหน้าถูกกว่าเพื่อนบ้าน
นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงเม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้ามาได้อีก แม้ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เห็นได้จากทั้งดัชนีหุ้นและมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันกลับมาดีกว่าช่วงไตรมาส 3 ปี 2556 ที่ประเทศไทยเริ่มมีปัญหาทางการเมือง ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 4.4 หมื่นล้านบาท โดยสิ้นเดือน มิ.ย. มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 48,604 ล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นยังคงปรับตัวขึ้น เพราะปัจจัยพื้นฐานของไทยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนก็ฟื้นตัวอย่างชัดเจน หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจ และเห็นแนวโน้มเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ครึ่งปีและทั้งปี 2558 เพราะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามการใช้งบประมาณปี 2558
สำหรับปัจจัยเสี่ยงตอนนี้ยังให้น้ำหนักเรื่องการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐ และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ แต่ก็มั่นใจว่าจะไม่ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนร้ายแรงเหมือนตอนกลางปี 2556 เพราะนักลงทุนรับรู้แล้วว่าต้องยกเลิกคิวอีและทยอยขึ้นดอกเบี้ย
ปัจจัยภายนอกอย่างอื่น เช่น การต่อสู้ที่ปาเลสไตน์ มองว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เหมือนช่วงที่เกิดขึ้นกับประเทศอิรัก นักลงทุนปรับเปลี่ยนพอร์ตไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น จนทำให้เห็นว่าตอนนี้ราคาทองปรับขึ้นเล็กน้อย
นอกจากนั้น เริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติชะลอการขายหุ้นไทย โดยเดือน มิ.ย. เหลือขายสุทธิเพียง 645 ล้านบาท เทียบกับเดือน พ.ค. ขายสุทธิที่ 3.57 หมื่นล้านบาท หรือครึ่งปีนี้ต่างชาติขายสุทธิ 4.11 หมื่นล้านบาท เทียบกับครึ่งแรกของปี 2556 ขายสุทธิที่ 1.94 แสนล้านบาท
น.ส.ปิญาภรณ์ สดศรีวิบูลย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลท. กล่าวว่า ตอนนี้จะเห็นนักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นระยะยาวเพิ่มขึ้น ณ สิ้นเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 4.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือน ม.ค. อยู่ที่ 3.6 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงที่มีปัญหาการเมืองมาก
นอกจากนั้น ในเดือน มิ.ย. เทียบกับเดือน พ.ค. ต่างชาติยังกลับมาซื้อหุ้นไทยใน 4 หมวดเพิ่ม คือ กลุ่มก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มบริการ กลุ่มอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือ บริษัทในตลาดเอ็ม เอ ไอ (mai) เพิ่มขึ้นถึง 1.4% สะท้อนให้เห็นว่าต่างชาติให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยมากขึ้น รวมถึงหุ้นที่มีขนาดกลางและขนาดเล็กด้วย
“ตลาดหุ้นไทยขึ้นมามากแล้ว แต่ก็ยังน่าสนใจอยู่ เพราะถูกมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน เพราะการคาดการณ์อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (ฟอร์เวิร์ด พี/อี) ของไทยอยู่ที่ 14.46 เท่า เมื่อเทียบกับฟิลิปปินส์ที่ 20 เท่า มาเลเซีย 17 เท่า” น.ส.ปิญาภรณ์ กล่าว







