
ทหารไทยกำไรเกินคาดครึ่งปีหลังยิ่งดี
ทหารไทยเจ๋ง โกยกำไร 2,575 ล้าน ไตรมาส 2 พุ่ง 925% รายได้เพิ่มรายจ่ายลด ยันสินเชื่อครึ่งปีหลังโต
ทหารไทยเจ๋ง โกยกำไร 2,575 ล้าน ไตรมาส 2 พุ่ง 925% รายได้เพิ่มรายจ่ายลด ยันสินเชื่อครึ่งปีหลังโต
ธนาคารทหารไทย (TMB) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2557 มีกำไรสุทธิสูงถึง 2,575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,324 ล้านบาท คิดเป็น 925% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเพียง 251 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นประมาณ 60% จากไตรมาสแรกปีนี้ที่มีกำไรสุทธิ 1,601 ล้านบาท
สำหรับผลงานรวม 6 เดือนปีนี้ มีกำไรทั้งสิ้น 4,177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,109 ล้านบาท หรือประมาณ 101% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,068 ล้านบาท
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารมีงานในไตรมาส 2 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 โดยสามารถเพิ่มรายได้และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีและยังสามารถขยายฐานลูกค้าเงินฝากธุรกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังคงดำรงสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีเงินกองทุนอยู่ที่ 15.4% เป็นกองทุนชั้นที่ 1 สัดส่วน 10.7% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ที่ 8.5% และ 6% ตามลำดับ
แนวโน้มครึ่งปีหลัง นายบุญทักษ์ คาดว่า สินเชื่อน่าจะเติบโตได้ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกและธนาคารก็ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้โดยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมการเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงานเพื่อให้มีผลงานที่ดีขึ้น
ในไตรมาส 2 ธนาคารมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งดอกเบี้ยรับสุทธิที่เพิ่มขึ้น 4% เนื่องจากขยายสินเชื่อและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสที่แล้ว ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมจากการขายแบงก์แอสชัวรันส์และการขายกองทุน กอปรกับรายได้ค่าธรรมเนียมจากการให้สินเชื่อที่ดีขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย
ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนสำรองดีขึ้นเป็น 3,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับ 3,169 ล้านบาท ในไตรมาสที่แล้ว ในไตรมาส 2 ตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 309 ล้านบาท ลดลงจาก 1,161 ล้านบาท ในไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากธนาคารมีรายการพิเศษจากการโอนกลับ สำรองฯ ส่วนเกิน ซึ่งเป็นผลจากการขายและติดตามสินเชื่อมีปัญหา
ด้านสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ของธนาคารลดลงประมาณ 2,500 ล้านบาท จากไตรมาส 1 มาอยู่ที่ 20,778 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ลดลงมาอยู่ที่ 3.40% จาก 3.85% ขณะที่สัดส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเป็น 143% จาก 138% เมื่อไตรมาสที่แล้ว
ปริมาณเงินฝากยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประมาณ 14,400 ล้านบาทหรือ 2.6% จากไตรมาส 1 และขยายตัว 8.2% ในงวด 6 เดือน มาจากทั้งเงินฝากลูกค้ารายย่อยในผลิตภัณฑ์เงินฝากที่เป็นจุดเด่น คือ เงินฝากไม่ประจำ เงินฝาก ME และเงินฝากเพื่อธุรกรรมทางการเงิน ขณะที่สินเชื่อขยายตัว 8,800 ล้านบาท หรือ 1.8% และเพิ่มขึ้น 2% ในงวด 6 เดือน จากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางเพิ่มขึ้น
ข่าวดีเรื่องกำไรส่งผลให้นักลงทุนให้ความสนใจหุ้น TMB







