
เกาหลีบุกเออีซีผ่านสิงคโปร์
ธุรกิจโสมขาวปูทางเจาะตลาดอาเซียนไม่หวั่นเศรษฐกิจลอดช่องQ2หดตัว
ธุรกิจโสมขาวปูทางเจาะตลาดอาเซียนไม่หวั่นเศรษฐกิจลอดช่องQ2หดตัว
เกาหลีใต้ลุยดันธุรกิจ ใช้สิงคโปร์เป็นฐาน ปูทางเจาะตลาดอาเซียน
หน่วยงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของสิงคโปร์ (ไออีเอ) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติของเกาหลีใต้ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจในอุตสาหกรรมไอทีและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ของแดนกิมจิ สามารถขยายตลาดมาสิงคโปร์ ตลอดจนถึงประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว หมายรวมถึงการกระชับความร่วมมือในประเด็นการร่างนโยบายเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสารและการติดต่อสื่อสาร (ไอซีที) การพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรม และการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ความเป็นผู้นำระหว่างผู้ประกอบการทั้งสองชาติ ผ่านการจัดงานสัมมนาและเวิร์กช็อป
ความร่วมมือระหว่างสิงคโปร์และเกาหลีใต้ครั้งล่าสุด นับเป็นไปตามแผนการของเกาหลีใต้ในการผลักดันให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ตลอดจนเป็นฐานการขยายธุรกิจสัญชาติเกาหลีไปยังตลาดอาเซียนที่กำลังก้าวสู่ตลาดที่มีผู้บริโภคมากถึง 600 ล้านคน จากการเปิดเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558
“สิงคโปร์และเกาหลีใต้ มีวิสัยทัศน์ตรงกันเกี่ยวกับการพัฒนา ‘เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์’ ผ่านการยกระดับความรู้และรู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน” แจ๊กเกอรีน ป๋อ กรรมการผู้จัดการของไอดีเอสิงคโปร์ ระบุ พร้อมกล่าวว่า สิงคโปร์จะให้การสนับสนุนการขยายธุรกิจเกาหลีใต้ด้วยจุดแข็งของสิงคโปร์ นั่นก็คือ การเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วนั่นเอง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่ากระทรวงการค้าสิงคโปร์ เปิดเผยว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศ (จีดีพี) ในช่วงไตรมาส 2 ของปี หดตัวลง 0.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งขยายลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่โตอยู่ที่ 1.6% และต่ำกว่าที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าอาจโตแตะระดับ 2.4% ทีเดียว
การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสิงคโปร์ เป็นผลพวงมาจากปัจจัยต้นทุนด้านแรงงานที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ซึ่งหมายรวมถึงบริษัทผู้ผลิตรายสำคัญอย่างเวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ป ผู้ผลิตฮาร์ดไดรฟ์รายใหญ่ของโลก ต้องย้ายฐานการผลิตออกไปยังต่างประเทศ ภายหลังไม่สามารถแบกรับภาระจากกฎหมายจำกัดปริมาณแรงงานต่างชาติที่กดดันให้ต้นทุนด้านแรงงานดีดตัวเพิ่มขึ้นจนทำให้บริษัทหลายแห่งไม่สามารถผลิตสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของสหรัฐและยุโรป จนฉุดรั้งผลประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







