posttoday
บอลโลกบราซิล 2014คุ้มไหม? (ตอน 2)

บอลโลกบราซิล 2014คุ้มไหม? (ตอน 2)

15 กรกฎาคม 2557

เบื้องหลังของการจัดงานบอลโลกและโอลิมปิกนั้นคือมหกรรมของการลงทุน ซึ่งอาจจะเรียกกันง่ายๆ ว่า แทบไม่มีการลงทุนในระดับการจัดอีเวนต์ใดๆ ในโลกอีกแล้วที่จะใช้เงินมากมายมหาศาลเทียบเท่ามหกรรมบอลโลกและโอลิมปิก (หรืออาจแถมงานเอ็กซ์โปให้อีกอย่าง) และทำท่าว่าต่อไปการลงทุนจะจัดหนักขึ้นเรื่อยๆ ประเทศที่เป็นเจ้าภาพจะต้องลงทุนในเรื่องสถานที่แข่งขัน การคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวกในการแข่งขัน การสื่อสาร ฯลฯ หลังจากงานจบแล้ว ผลตอบแทนจะตกไปถึงประเทศในด้านต่างๆ ซึ่งจะเห็นผลว่าได้เกิดการเปลี่ยนหน้าตาของประเทศไปเลย ช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเมืองใหม่ เกิดพื้นที่ธุรกิจใหม่ ได้แนะนำสิ่งใหม่ๆ ได้สร้างภาพลักษณ์ประเทศ และสร้างโอกาสทางการแข่งขันในทางธุรกิจให้กับภาคเอกชน

เบื้องหลังของการจัดงานบอลโลกและโอลิมปิกนั้นคือมหกรรมของการลงทุน ซึ่งอาจจะเรียกกันง่ายๆ ว่า แทบไม่มีการลงทุนในระดับการจัดอีเวนต์ใดๆ ในโลกอีกแล้วที่จะใช้เงินมากมายมหาศาลเทียบเท่ามหกรรมบอลโลกและโอลิมปิก (หรืออาจแถมงานเอ็กซ์โปให้อีกอย่าง) และทำท่าว่าต่อไปการลงทุนจะจัดหนักขึ้นเรื่อยๆ ประเทศที่เป็นเจ้าภาพจะต้องลงทุนในเรื่องสถานที่แข่งขัน การคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวกในการแข่งขัน การสื่อสาร ฯลฯ หลังจากงานจบแล้ว ผลตอบแทนจะตกไปถึงประเทศในด้านต่างๆ ซึ่งจะเห็นผลว่าได้เกิดการเปลี่ยนหน้าตาของประเทศไปเลย ช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเมืองใหม่ เกิดพื้นที่ธุรกิจใหม่ ได้แนะนำสิ่งใหม่ๆ ได้สร้างภาพลักษณ์ประเทศ และสร้างโอกาสทางการแข่งขันในทางธุรกิจให้กับภาคเอกชน

ในด้านเอกชนเมื่อเห็นรัฐบาลได้โครงการอย่างนี้ พวกเขาก็นำไปคิดต่อ มองอะไรเป็นบวกกันไปหมด เกิดอาการบูมกันยั้งไม่อยู่ เพราะในความคิดธุรกิจของเอกชนในด้านการแข่งขันหากเริ่มต้นช้าหรือทำแบบยั้งๆ มือก็จะเสียโอกาส แล้วก็เล็งผลเลิศว่างานระดับนี้มาเหมือนกับจะได้กินอาหารทิพย์ที่จะอิ่มกันไปทั้งชาติ จึงออกวิ่งแข่งกันตั้งแต่ฟ้าสาง แต่พอจบงานแล้วที่ไหนได้... ต้องนอนเอามือก่ายหน้าผาก โดนสอนมวยกันจุกไปเลย เช่น การลงทุนมหาศาลของจีนในการแข่งขันโอลิมปิก Beijing 2008 ที่จีนต้องลงทุนสร้างสนามกีฬาที่มีงานสถาปัตยกรรมรูปทรงรังนกนางแอ่นที่ลือเลื่อง รัฐบาลก็เล็งว่าเสร็จงานนี้แล้วก็จะได้ใช้สนามกีฬารูปทรงรังนกนางแอ่นให้มีรายการแน่นไปทั้งปี เอกชนก็ไปเปิดพื้นที่สร้างเมืองใหม่กันกะว่าจะขายตามกระแสโอลิมปิกกันให้รวยไม่รู้เรื่อง

แต่ที่ไหนได้...สนามกีฬารังนกนางแอ่นมูลค่ามหาศาลหลังจากเสร็จการแข่งขันโอลิมปิก Beijing 2008 ก็แทบเรียกได้ว่ากลายเป็นอนุสรณ์สถาน ไม่ได้ใช้งานอื่นให้ได้อย่างสมราคาอีกเลย เอกชนที่ไปลงทุนมหาศาลสร้างเมืองใหม่แบบฝรั่งเศสก็ขายไม่ออก ที่แย่คือขณะนี้สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดเหล่านั้นอายุเริ่มมากขึ้นเริ่มเสื่อมสภาพเสื่อมราคาและเข้าสู่ห้วงเวลาที่ต้องการเงินมาซ่อมบำรุงรักษากันแล้ว นั่นแหละค่ะที่เขาบอกว่า การจัดงานระดับโลก อย่าทำตัวเป็นคนมองโลกสวยนัก ต้องมองอะไรเชิงลบยั้งๆ ไว้บ้าง หรือต้องคิดให้ยาวไกลสักหน่อย ในส่วนของรัฐบาลอาจจะไม่เจ็บตัวเหมือนเอกชนนัก เพราะไม่ได้คาดหวังจะได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นตัวเลขกลมๆ เหมือนกับด้านเอกชนมอง เพราะจะให้น้ำหนักในยุทธศาสตร์และเกิดการเคลื่อนไหวด้านการลงทุนสาธารณะเป็นหลัก

การลงทุนภาครัฐในการแข่งขันโอลิมปิก Beijing 2008 จีนมองในแง่การรีแบรนดิ้งจีนเป็นสำคัญ แค่ทำให้จีนมีห้องน้ำสาธารณะสะอาดขึ้น ก็คุ้มแล้ว... งานเปิดตัว Beijing 2008 ของจางอี้โหมว ที่อลังการกว่าการเปิดตัวกีฬาใดๆ ที่เคยจัดขึ้นในโลก เป็นการอวดชั้นเชิงขั้นเทพที่อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนยุคปัจจุบัน เป็นการเรียกศรัทธาและค่านิยมให้กับศิลปวัฒนธรรมจีนใหม่อย่างมั่นคง และสามารถเรียกทัวร์เข้าประเทศเพื่อไปชมเมืองเนรมิตของเขาอย่างเนืองแน่น นั่นแหละคือการสร้างภาพลักษณ์จีนใหม่ที่ได้มาคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ซึ่งหากมองมุมนี้มันก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ส่วนบราซิลลงทุนในการรับมือกับการแข่งขันเที่ยวนี้ ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ลองมาดูกันว่าคุ้มหรือไม่?

(อ่านต่อวันอังคารหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท