posttoday
แบงก์ยืดหนี้‘SSI’

แบงก์ยืดหนี้‘SSI’

15 กรกฎาคม 2557

เห็นอนาคตเอสเอสไอยูเคพลิกเป็นบวกรายได้บริษัทแม่ปีนี้เท่าปีก่อน6หมื่นล้าน

เห็นอนาคตเอสเอสไอยูเคพลิกเป็นบวกรายได้บริษัทแม่ปีนี้เท่าปีก่อน6หมื่นล้าน

แบงก์เจ้าหนี้ยอมต่อลมหายใจให้ SSI หลังเห็นอีบิตดาเอสเอสไอ ยูเคเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 2 ปี

แหล่งข่าวธนาคารพาณิชย์เจ้าหนี้ เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์เจ้าหนี้หลัก 3 รายของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) รวมมูลหนี้ขณะนี้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารทิสโก้ ซึ่งร่วมปล่อยกู้เพื่อซื้อกิจการบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี ยูเค หรือเอสเอสไอ ยูเค ได้ตกลงในหลักการ เลื่อนระยะเวลาการชำระหนี้ส่วนหนึ่ง ซึ่งจะครบกำหนดในช่วงปลายเดือน ก.ค. 2557 ออกไป

อย่างไรก็ตาม ธนาคารเจ้าหนี้ต้องการสนับสนุนให้ เอสเอสไอ ยูเค มีเงินทุนสำรองไว้ในการซื้อวัตถุดิบมาใช้ถลุงผลิตเหล็ก และเห็นผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยในเดือน มิ.ย. 2557 ที่ผ่านมา เอสเอสไอ ยูเค มีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ยและค่าเสื่อม (อีบิตดา) เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลังเปิดดำเนินการโรงถลุงเหล็ก

“เป็นสัญญาณที่ดีหลัง เอสเอสไอ ยูเค อีบิตดาเป็นบวก หลังสถานการณ์ตลาดเหล็กโลกฟื้นตัว แบงก์เจ้าหนี้พร้อมสนับสนุน SSI ต่อไป เพราะกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่มีความตั้งใจทำธุรกิจให้กลับมามีกำไร จำเป็นต้องมีเงินทุน ซึ่งที่ผ่านมา SSI โชคร้ายที่ลงทุนจังหวะเข้าซื้อ เอสเอสไอ ยูเค เป็นช่วงอุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกขาลง” แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ เปิดเผย

นายคอร์เนลเลียส ลูเวรนส์ ผู้อำนวยการด้านธุรกิจและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ SSI กล่าวว่า เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โรงถลุงเหล็กของ SSI อังกฤษมีอีบิตดาเป็นบวกเป็นเดือนแรก นับตั้งแต่เปิดโรงถลุงมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2555 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ ซัพพลายเออร์ และผู้ถือหุ้นใหญ่

นายณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงินและบัญชี บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี กล่าวว่า เอสเอสไอ ยูเค มีกำไรพลิกเป็นบวกเป็นครั้งแรก หลังธุรกิจดำเนินการมา 2 ปี เนื่องจากสามารถถลุงผลิตเหล็กได้จุดคุ้มทุน โดยมีกำลังผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8,500 ตัน/วัน คิดเป็นสัดส่วน 7580% ของกำลังการผลิตรวมที่ 10,00011,000 ตัน/วัน ในปี 2557 เหล็กที่ผลิตจาก เอสเอสไอ ยูเค ขายในตลาดยุโรปและส่งขายกลับมาในประเทศใกล้เคียงกันที่สัดส่วน 50% ส่วนในปี 2558 มีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการขายในตลาดยุโรปเพิ่มขึ้นเป็น 6070% หลังจากเศรษฐกิจยุโรปฟื้นตัว และยังมีต้นทุนค่าขนส่งต่ำกว่ากลับมาขายในประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานของ SSI นายณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า แนวโน้มรายได้ในปี 2557 น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปีก่อน ทั้งนี้รายได้ปี 2556 อยู่ที่ 66,143 ล้านบาท ขณะที่ทิศทางราคาขายเหล็กและส่วนต่างราคาขาย (สเปรด) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ราคามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยการเมืองที่กลับสู่ความสงบ และมีการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลประจำปี 2558 ที่จะเริ่มออกมาในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลดีให้จำนวนงานก่อสร้างโครงการภาครัฐออกมาเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น ขณะที่ช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ยอดขายเหล็กได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัว

ทั้งนี้ หลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น SSI วันที่ 28 เม.ย. 2557 นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ SSI ระบุว่า รายได้จากการขายในปี 2557 จะอยู่ที่ประมาณ 77.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%

ก่อนหน้านี้ SSI ร่วมกับผู้ค้าเหล็ก คือ บริษัท จี สตีล บริษัท จี เจ สตีล และบริษัท สหวิริยาเพลทมิล ได้ร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง (เซฟการ์ด) ได้พิจารณาออกประกาศใช้มาตรการปกป้องชั่วคราวสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้น โดยกำหนดอัตราภาษีเซฟการ์ดประเภทความหนา 0.950 มิลลิเมตร และความกว้าง 6003,048 มิลลิเมตร จำนวน 26 พิกัด ในอัตรา 34.01% ของราคาซีไอเอฟเป็นเวลา 200 วันนับจากวันที่ 6 มิ.ย. 2557 เป็นต้นไป และให้มีผลบังคับใช้กับเหล็กนำเข้าจากทุกประเทศ ยกเว้นจากแหล่งกำเนิดจากประเทศกำลังพัฒนา 172 ประเทศ ตามประกาศแนบท้ายบัญชี ก. อาทิ บุรุนดี คอโมโรส จิบูตี เอริเทรีย เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ