
ไทยศรีฯผุดประกันจักรยาน
เอาใจนักปั่นเจาะใจลูกค้าเฉพาะกลุ่มรับตลาดแข่งขันสูงเน้นบริการสู้คู่แข่ง
เอาใจนักปั่นเจาะใจลูกค้าเฉพาะกลุ่มรับตลาดแข่งขันสูงเน้นบริการสู้คู่แข่ง
ไทยศรีฯ เอาใจนักปั่นคลอดประกันภัยรถจักรยาน คุ้มครองคนยันตัวรถ มั่นใจปีนี้มีกำไรเกิน 200 ล้านบาท
นายนที พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยศรีประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมออกสินค้าใหม่เป็นแบบประกันภัยสำหรับรถจักรยาน ที่จะให้ความคุ้มครองทั้งตัวผู้ขับขี่และต่อตัวรถ ซึ่งคาดว่าน่าจะรับการตอบรับจากลูกค้ากลุ่มนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากปัจจุบันกระแสการขี่รถจักรยานมีสูงมาก และตัวรถยังมีราคาแพงตั้งแต่หลักหมื่นถึงแสนบาทใกล้เคียงกับราคาของรถจักรยานยนต์ ขณะที่ในตลาดก็ยังไม่มีแบบประกันนี้ขาย
“ประกันรถจักรยานนี้คาดว่าจะเปิดตัวได้ภายในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ซึ่งบริษัทเองก็ต้องพยายามคิดค้นสินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และมุ่งไปยังลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้น แม้จะยังไม่มีขายในไทยก็ตาม ซึ่งเราก็ใช้วิธีคาดการณ์เอาผลที่ได้มาว่าอาจขาดทุนหรือกำไรก็ได้ แต่ในเมื่อตลาดนี้ยังไม่ใหญ่มาก เราก็พร้อมรับความเสี่ยงไว้ได้ เป็นการสร้างความแตกต่างและจุดเด่นให้กับไทยศรี” นายนที กล่าว
นายนที กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทยังตั้งเป้าทำกำไรให้ได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาหรือไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท แม้ปีนี้ต้นทุนด้านการให้บริการจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงมาก ทำให้ทุกบริษัทต่างต้องปรับตัวและแข่งขันด้านการให้บริการมากขึ้น ต้นทุนจึงเพิ่มตามขึ้นไปด้วย
นายนที กล่าวอีกว่า โดยภาพรวมของธุรกิจประกันภัยในนี้คงไม่เติบโตมากนัก เนื่องจากยังได้รับผลกระทบจากโครงการรถคันแรกอยู่ ทำให้ตลาดรถมือสองราคายังตกอยู่ ยอดขายรถป้ายแดงไม่เพิ่มมากนัก ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี สถานการณ์จึงจะกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้บริษัทมุ่งจับกลุ่มลูกค้าเก่าเป็นหลัก และมีสัดส่วนประมาณ 80% ของลูกค้าในปัจจุบัน
ทั้งนี้ การประกันภัยรถยนต์ยังคงสร้างรายได้หลักให้กับบริษัท โดยปัจจุบันมีสัดส่วนประกันรถชั้น 1 อยู่ประมาณ 80% ซึ่งแม้จะมีกำไรลดลง แต่ก็แก้ไขปัญหาด้วยการรับรถยนต์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น เช่น การรับประกันรถซูเปอร์คาร์หรือรถสปอร์ต ที่แม้จะมีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันสูง แต่บริษัทก็ยังควมคุมได้อยู่ ขณะที่การรับประกันรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบค์ บางยี่ห้อก็มีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยที่สูงเกิน 100% แม้จะมีการปรับขึ้นเบี้ยไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยได้ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาหาทางแก้ไข
นายนที กล่าวว่า แต่ถ้าเป็นประกันรถยนต์ชั้น 2 บวก และชั้น 3 บวก แม้จะมีสัดส่วนอยู่ 20% แต่ก็สร้างผลกำไรได้มาก จึงต้องพยายามเพิ่มสัดส่วนการรับประกันกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น เพื่อมาชดเชยกับกำไรส่วนอื่นที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนที่จะเพิ่มทุนในขณะนี้ เนื่องจากโครงสร้างการรับประกันของบริษัทที่เน้นแบบอนุรักษนิยม มีการส่งงานที่ได้จากโครงการขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ไปยังบริษัทประกันภัยต่อต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยบริษัทจะรับงานไว้เองเฉพาะโครงการขนาดเล็กเท่านั้น และเน้นกระจายความเสี่ยงของลูกค้าออกไป ทำให้บริษัทยังมีความสามารถในการรับประกันภัยได้อีกมาก โดยไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงิน







