
จ่ายเงินผ่านเน็ตมาแรงยอดใช้เช็คหดตัว9.8%
ธปท.เผยการชำระเงินผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่มาแรง ส่วนเช็คหดตัว 9.8%
ธปท.เผยการชำระเงินผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่มาแรง ส่วนเช็คหดตัว 9.8%
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาพรวมธุรกรรมการชำระเงิน (ePayments) ภาพรวมในไตรมาสแรกของปีนี้ ว่ามีการเติบโตของปริมาณและมูลค่าการทำธุรกรรมเช่นเดียวกับแนวโน้มที่ผ่านมา โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาถือว่าช่องทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่มีสัดส่วนการเติบโตเพิ่มเด่นชัดขึ้น โดยอินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 18.5% และโทรศัพท์เคลื่อนที่มีสัดส่วนเพิ่มเป็น 6.1% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป แม้ว่าการชำระเงินในปัจจุบันผู้บริโภคจะนิยมชำระเงินผ่านเครื่องทำรายการอัตโนมัติในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 37.2% และรองลงมาคือเครื่องรับบัตร 37.1% ก็ตาม
ทั้งนี้ ธุรกรรมการชำระเงินผ่านระบบการชำระเงินและช่องทางต่างๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาสแรกปีนี้มี 541 ล้านรายการ และมีมูลค่า 66.3 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 14.2% และ 9% ตามลำดับ โดยเงินอิเล็กทรอนิกส์ การโอนเงินรายย่อยระหว่างธนาคาร (ORFT) การโอนเงินภายในธนาคาร เช่น การโอนเงิน/ชำระเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยังคงเป็นบริการที่มีปริมาณการเติบโตสูงสุด 3 อันดับแรก
สำหรับการชำระหรือการใช้เช็คในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ พบว่ามีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณและมูลค่าธุรกรรมการใช้เช็คหดตัวลง 9.8% และ 19.2% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามหากพิจารณาเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จะพบว่าปริมาณการใช้เช็คมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 2.3% สวนทางกับมูลค่าการใช้เช็คที่หดตัวกว่า 14%
ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ระบบเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยได้เกิดปัญหาใหญ่ เมื่อมีลูกค้าได้รับผลกระทบจากการเบิกถอนผ่านเครื่องเอทีเอ็ม แต่ไม่ได้รับเงินประกัน 4 หมื่นรายการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ลูกค้าของธนาคารกรุงไทยถอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารอื่น 2.ลูกค้าของธนาคารอื่นถอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย และ 3.ลูกค้าธนาคารกรุงไทยถอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มกรุงไทย จึงส่งผลให้ธนาคารกรุงไทยต้องเร่งปรับปรุงระบบเอทีเอ็มให้มีเสถียรภาพ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้น







