
โออีซีดีชี้SMEยังไร้เงินทุน
เศรษฐกิจโลกฟื้นช้าฉุดยอดขายรายย่อยจี้ธนาคารกลางคุมเข้มปล่อยสินเชื่อ
เศรษฐกิจโลกฟื้นช้าฉุดยอดขายรายย่อยจี้ธนาคารกลางคุมเข้มปล่อยสินเชื่อ
โออีซีดีชี้ เอสเอ็มอียังวิกฤต ขาดเงินทุนเหตุเศรษฐกิจโลกยังไม่สดใส ฉุดรายได้แบงก์เข้มปล่อยเงินกู้
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เปิดเผยรายงานความเคลื่อนไหวของบรรดาวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในกลุ่มประเทศสมาชิกของโออีซีดี ว่า ส่วนใหญ่ยังคงประสบปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในความพยายามขยายธุรกิจและพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในรายงาน “สถานะการเงินของเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการ” ประจำปี 2014 พบว่า ธุรกิจขนาดเล็กยังคงเผชิญ กับความท้าทายสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ สภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่ยัง ไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลความต้องการสินค้าปรับตัวลดลง ฉุดรั้งผลประกอบการของบริษัทในที่สุด
ขณะเดียวกัน การปรับลดอัตราส่วนความสามารถก่อหนี้ของภาคธนาคารพาณิชย์นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคยุโรป ที่เผชิญวิกฤตหนี้สาธารณะ จนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของธนาคาร ส่งผลให้ธนาคารคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดเล็กที่เสี่ยงสูง
รายงานยังอ้างข้อมูลจากบทวิเคราะห์ทางการเงินจาก 31 ประเทศในช่วงปี 20072012 ระบุอีกว่า การผ่อนคลายมาตรการทางการเงินของบรรดาธนาคารกลางในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ดำเนินนโยบายผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี 3) ผ่านการเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล หวังอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบการเงินนั้น ไม่ได้ช่วยกระตุ้นสภาพคล่องในสถาบันการเงินให้มีการปล่อยกู้แก่ภาคเอกชน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีมากขึ้นเท่าที่ควร
นอกจากนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศสมาชิกโออีซีดียังต้องแบกรับต้นทุนสินเชื่อ เช่น ต้นทุนกู้ยืมที่สูง ระยะเวลาไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ค่อนข้างสั้น ตลอดจนข้อบังคับการใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น
รายงานระบุอีกว่า ถึงแม้ว่าในปี 2012 แนวโน้มการระดมทุนผ่านกองทุนของภาคเอสเอ็มอีใน 15 ประเทศ จาก 26 ประเทศเริ่มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการ ของรัฐบาลประเทศนั้นๆ ทว่า การกู้ยืมเงินผ่านภาคธนาคารยังถือเป็นแหล่งสินเชื่อภายนอกหลักของเอสเอ็มอีหลายแห่ง เนื่องจากเอสเอ็มอีบางส่วนยังขาดความรู้เกี่ยวกับทางเลือกสินเชื่ออื่นๆ
ทั้งนี้ โออีซีดีประกอบด้วยกลุ่มประเทศในภูมิภาคยุโรป 19 ประเทศ และมีสหรัฐ อังกฤษ นิวซีแลนด์ รัสเซีย เกาหลีใต้ และไทยรวมอยู่ด้วย







