
ถึงเวลายกเครื่องรถไฟไทย
ช่วงสัปดาห์ที่แล้วข่าวที่น่าสลดและเป็นที่สนใจ คือ กรณีเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ก่อเหตุข่มขืนและฆ่าผู้โดยสารบนขบวนรถไฟเป็นเด็กวัย 13 ปี ซึ่งนัยว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวอยู่ในสภาพมึนเมาและมีคดียาเสพติด ผมไม่ติดใจว่าใครที่เกี่ยวข้องต้องออกมารับผิดชอบ เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลและสปิริตของผู้บริหาร ซึ่งหากอยากรู้ว่าประชาชนคิดอย่างไรก็ไปดูในโซเชียลมีเดียก็แล้วกัน ประเด็น ที่ต้องการนำเสนอเกี่ยวข้องกับมาตรการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสาร เพราะผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ให้เหตุผลว่า สาเหตุเป็นเพราะระบบรักษาความปลอดภัยของรถไฟเองหละหลวม ขาดอุปกรณ์และกำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งจะมาดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร ฟังอย่างนี้แล้วต้องบอกว่าเศร้ามาก แสดงว่าประชาชนที่ใช้บริการของ ร.ฟ.ท. คงต้องพรมน้ำมนต์ พกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือบนบานศาลกล่าวให้มีชีวิตรอดปลอดภัยก่อนถึงที่หมายปลายทาง
ช่วงสัปดาห์ที่แล้วข่าวที่น่าสลดและเป็นที่สนใจ คือ กรณีเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ก่อเหตุข่มขืนและฆ่าผู้โดยสารบนขบวนรถไฟเป็นเด็กวัย 13 ปี ซึ่งนัยว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวอยู่ในสภาพมึนเมาและมีคดียาเสพติด ผมไม่ติดใจว่าใครที่เกี่ยวข้องต้องออกมารับผิดชอบ เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลและสปิริตของผู้บริหาร ซึ่งหากอยากรู้ว่าประชาชนคิดอย่างไรก็ไปดูในโซเชียลมีเดียก็แล้วกัน ประเด็น ที่ต้องการนำเสนอเกี่ยวข้องกับมาตรการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสาร เพราะผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ให้เหตุผลว่า สาเหตุเป็นเพราะระบบรักษาความปลอดภัยของรถไฟเองหละหลวม ขาดอุปกรณ์และกำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งจะมาดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร ฟังอย่างนี้แล้วต้องบอกว่าเศร้ามาก แสดงว่าประชาชนที่ใช้บริการของ ร.ฟ.ท. คงต้องพรมน้ำมนต์ พกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือบนบานศาลกล่าวให้มีชีวิตรอดปลอดภัยก่อนถึงที่หมายปลายทาง
กรณีเจ้าหน้าที่รถไฟเมาเหล้าแสดงกิริยาไม่ดี รวมถึงล่วงเกินทางเพศเกินขึ้นมาหลายครั้ง เมื่อปี 2544 ก็มีเหตุข่มขืนนักศึกษาปริญญาโท ช่วงนี้ คสช.มีแผนในการพัฒนาระบบทางคู่ทั่วประเทศ รวมทั้งศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งใช้งบประมาณหลายแสนล้านบาท จำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูประบบรถไฟไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านการบริหารจัดการทั้งด้านบุคลากรซึ่งใช้ระบบเส้นสาย รวมทั้งการตรวจสอบประวัติของ เจ้าหน้าที่ก่อนที่จะให้มาปฏิบัติงานในงานที่เกี่ยวข้องกับผู้โดยสาร และจะต้องปรับปรุงระบบฐานข้อมูลการตรวจสอบประวัติ เพราะเหตุที่เกิดครั้งนี้ก็ยังสับสนเกี่ยวกับตัวตนของพนักงานว่าเป็นเจ้าหน้าที่รถไฟหรือไม่ใช่
ปัญหารถไฟไทยสะสมหมักหมมมานานแล้ว โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัย ในช่วงปีที่แล้วแค่ 9 เดือนแรก รถไฟ ตกรางกว่า 120 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพทั้งของอุปกรณ์และบุคลากรตั้งแต่หัวรถจักรไล่ไปจนถึงพนักงานขับรถ สารวัตรผู้ดูแล เส้นทางและระบบการดูแลจราจรของรถไฟไทย ซึ่งแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปรถไฟมีมาในทุกรัฐบาลแต่ก็ทำไม่ได้ เนื่องจากติดปัญหานักการเมืองและปัญหาของสหภาพแรงงาน ซึ่งแนวคิดเกี่ยวกับการแปรรูป ร.ฟ.ท. ได้รับการต่อต้านจากภายในองค์กรมาโดยตลอด ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาการให้บริการทั้งในด้านผู้โดยสารและสินค้า ทั้งนี้ในด้านการขนส่งสินค้าทางรถไฟก็เป็นประเภทการขนส่งที่ประหยัดกว่าการขนส่งทางถนนมากกว่า 3.5 เท่า แต่เนื่องจากประสิทธิภาพของการให้บริการทั้งด้านการจัดการ การตรงเวลาและต้นทุนซึ่งไม่สามารถแข่งขันกับการขนส่งด้วย รถบรรทุก ทำให้สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรถไฟคิดเป็นเพียงร้อยละ 2.1 ของการขนส่งทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ขาดทุนมาโดยตลอด รัฐบาลต้องมีการตั้งงบประมาณสนับสนุนทุกปี และส่งผลต่อภาระหนี้สะสมจำนวนมหาศาลกว่า 1.1 แสนล้านบาท ภาระก็คงต้องตกไปอยู่กับประชาชน ซึ่งเป็นทั้งผู้ใช้บริการและผู้เสียภาษี ส่วนการที่ ร.ฟ.ท.มีแนวคิดที่จะล้างหนี้โดยการนำที่ดินทั้งที่มักกะสันและสถานีแม่น้ำไปพัฒนา ก็ต้องดูให้ดีว่าคุ้มค่าและไม่มีผลประโยชน์ส่วนบุคคลแอบแฝง แต่ก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาเชิงระบบ เพราะการขาดทุนก็ยังคงมีต่อไปและคงต้องหาที่ไปให้เช่าหรือขายกันไม่รู้จบ
ทั้งนี้ การที่ คสช.จะพัฒนาระบบทางคู่และทุ่มงบประมาณไปกับโครงสร้างพื้นฐานทางรางอย่างเดียวคงไม่พอ จะต้องเร่งปฏิรูปโดยต้องเริ่มที่คนของรถไฟก่อน ซึ่งผมเห็นว่าจะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างบริหารจัดการรถไฟไทยควบคู่ไปกับแผนด้านการลงทุนระบบรางและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเริ่มต้นที่สถานะของ ร.ฟ.ท. ว่าจะยังอยู่ในระบบรัฐวิสาหกิจแบบเลี้ยงไม่โตอยู่ต่อไป หรือหากจะแปรรูปก็ต้องทำแบบยกเครื่อง ไม่ใช่ทำแบบครึ่งๆ กลางๆ เหมือนในอดีต โดยการแปรรูปแบ่งเป็นบริษัทลูกและแยกบัญชีบริหาร ซึ่งก็ยังใช้บุคลากรเดิมๆ เป็นคนบริหารจัดการก็คงแก้ปัญหาไม่ได้ หากจะแปรรูปควรนำแนวคิดรัฐวิสาหกิจในอดีตที่ประสบความสำเร็จ เช่น ปตท. ไปรษณีย์ไทย ทีโอที ฯลฯ ซึ่งล้วนประสบความสำเร็จสามารถแข่งขันภาพบริบทของการเปิดเสรีได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใน รัฐวิสาหกิจเหล่านั้นก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม ขณะที่ประชาชนได้รับบริการที่ดีและรัฐบาลก็ยังได้รับเงินปันผลและภาษี
ถึงเวลาแล้วที่ต้องหันกลับมาดูองค์กรอายุเก่าแก่กว่าหนึ่งศตวรรษ ซึ่งแทบจะไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการ ซึ่งก็เข้าใจว่า ร.ฟ.ท.ยังต้องดูแลบริการคนยากจนและเกษตรกรของประเทศ แต่ก็คงไม่ใช่ข้ออ้างว่าจะไปไม่ปฏิรูปหรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใดๆ คงต้องบอกว่าต้องยกเครื่องใหม่หมด โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยของผู้โดยสาร ซึ่งประชาชนทุกคนคงไม่ต้องการให้กรณีของเด็กที่เสียชีวิตเพียงเพื่อสังเวยกับการไร้ประสิทธิภาพของ ผู้บริหาร ร.ฟ.ท. ซึ่งจนวันนี้ก็ยังไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ ฟังแล้วท่านผู้อ่านคิดอย่างไรครับ!







