
ผ่าแนวคิด "สไมล์ พลัสฯ"
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
จากที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเวชภัณฑ์มานานกว่า 20 ปี ดำเนินธุรกิจ หจก.ที.เอ.ฟาร์ม่า คิงดอม (1999) และ หจก.มหาชัยเครื่องมือแพทย์ ทำให้ ภก.ธนกฤต บุญมาศิริ ประธานกรรมการบริษัท สไมล์ พลัส เน็ตเวิร์ค เริ่มมองหาช่องทางใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้กับพนักงานบริษัทในเครือ จึงได้เริ่มเข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่ายขายตรง เพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่ช่วยคนระดับรากหญ้าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
หลังจากที่ได้ศึกษาระบบการดำเนินธุรกิจเครือข่ายและวิเคราะห์แผนการตลาดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจขายตรง จึงได้เปิดธุรกิจตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาภายใต้ชื่อ สไมล์ พลัส เน็ตเวิร์ค ด้วยงบลงทุนเบื้องต้นกว่า 10 ล้านบาท โดยตั้งเป้าจะเป็นธุรกิจเครือข่ายน้ำดีที่มั่นคงและยั่งยืน
ในช่วงกว่า 7 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเซตระบบผลิตภัณฑ์ หลักสูตรการฝึกอบรม พร้อมกับทดลองเปิดตลาด โดยเริ่มนำร่องด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ทดลองแจกฟรี เป็นใบเบิกทางให้คนรู้จักมากขึ้น พร้อมๆ กับใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเป็นตัวบุกตลาด
ปัจจุบันบริษัทมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ บริเวณเกษตรนวมินทร์ และสาขามหาชัย จ.สมุทรสาคร โดยตั้งเป้าว่าในครึ่งปีหลังจะเปิดสาขาใหม่อีก 3 แห่งที่ภาคอีสาน เหนือและใต้ โดยใช้งบลงทุนประมาณ 1 ล้านบาท/แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมของสถานที่
พร้อมกันนี้จะให้ผู้นำธุรกิจระดับแซปไฟร์ขึ้นไปจัดตั้งเซ็นเตอร์เพื่อเป็นศูนย์ขยายงานของผู้นำ คาดว่าจะเริ่มมีผู้สนใจเปิดจำนวน 10 แห่ง ส่วนศูนย์ขยายงานเคลื่อนที่หรือโมบาย ตั้งเป้าเปิด 100 แห่งเพื่อรองรับการเติบโตของฐานสมาชิกได้อย่างทั่วถึง สำหรับแผนการตลาดนั้นบริษัทจะใช้ควบคู่กันทุกรูปแบบ ได้แก่ 1.ฟาสต์ สตาร์ท 2.ยูนิเลเวล 3.ไตรนารี่ 4.แมตชิ่ง และ 5.ออนเซลล์ รวมถึงมีการใช้ช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าผ่านเซเว่นฯ การสั่งซื้อออนไลน์ เป็นต้น รวมไปถึงการจัดฝึกอบรมพนักงานให้เป็นมืออาชีพภายใต้การอบรม สไมล์ อะคาเดมี
“เราต้องการให้ผู้จำหน่ายอิสระสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง โดยมีบริษัทเป็นผู้สนับสุนน ซึ่งเป็นการสร้างศรัทธาควบคู่กับคุณภาพ พร้อมกับสร้างแบรนด์ แม้ว่าอาจจะไม่เป็นรูปธรรมมากนักในช่วงแรก แต่ก็มั่นใจว่าจะชัดเจนขึ้นในอนาคตอันใกล้” ภก.ธนกฤต กล่าว
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมียอดขาย 50 ล้านบาท พร้อมกับตั้งเป้าหมายว่าในปี 2558 จะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ส่วนสมาชิกจะมีประมาณ 5,000 รหัสในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 23 หมื่นรหัสในปี 2558 ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์รวมทั้งสิ้น 17 รายการ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์การเกษตร กลุ่มอาหารเสริม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนแผนรุกตลาดต่างประเทศจะใช้กลยุทธ์ One Code One World รหัสเดียวทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เตรียมนำเข้าอาหารเสริมใหม่จากประเทศเกาหลีมาทำตลาดในไทย
ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเข้าไปเปิดตลาดในประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวและพม่า ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหม่ที่มีโอกาสในการขยายธุรกิจเครือข่าย โดยบริษัทได้มีการเตรียมดำเนินการขอเครื่องหมาย อย.ที่ประเทศลาวไว้แล้ว คาดว่าจะสามารถเริ่มบุกตลาดในปีหน้าได้อย่างแน่นอน
ภก.ธนกฤต ย้ำว่า ธุรกิจเครือข่ายนั้นยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก อีกทั้งบริษัทมีผู้นำที่มีประสบการณ์จากที่อื่นมาร่วมธุรกิจ ประกอบกับเริ่มมีกลุ่มเด็กรุ่นใหม่สนใจเข้ามาร่วมงาน จึงทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจนี้สามารถสร้างโอกาสและสร้างรายได้อย่างมาก หากเขาเหล่านี้มีความตั้งใจจริง







