
กระทรวงอุตฯชูทำงานใกล้ชิดเอกชน
กระทรวงอุตฯ จับมือ สอท. ชูทำงานใกล้ชิดเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรม นัดประชุมทุกเดือน เตรียมถกนัดแรก 15 ก.ค.57
กระทรวงอุตฯ จับมือ สอท. ชูทำงานใกล้ชิดเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรม นัดประชุมทุกเดือน เตรียมถกนัดแรก 15 ก.ค.57
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมสนองนโยบาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ให้มีการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตและยั่งยืน จึงได้ทำหนังสือเชิญประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และผู้แทนประธานกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เข้าร่วมประชุมหารือเป็นประจำทุกเดือน โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ ในครั้งแรกนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในวันอังคารที่ 15 กรกฎาคม 2557 เวลา 16.30 – 18.30 น. ณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
ในการประชุมครั้งแรกนี้จะมีการหารือเพื่อประสานงานกันอย่างใกล้ชิดใน 4 ประเด็น คือ 1) การออกใบอนุญาตต่างๆของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจะถือโอกาสนี้ชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) รูปแบบใหม่ที่ได้ปรับลดขั้นตอนจาก 90 วัน ลงเหลือ 30 วันแล้ว รวมถึงการออกใบอนุญาตประทานบัตร/อาชญาบัตร และการออกใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งลดเวลาลงเหลือ 26 วัน จากเดิม 43 วัน และการเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ (SCIE) เพื่อให้บริการในการติดตามเรื่องใบอนุญาตต่างๆ ของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคอื่นๆ ในการประกอบกิจการ
2) การสนับสนุนนโยบาย คสช.ที่เน้นย้ำให้โรงงานประกอบกิจการโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบในการแก้ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและขยะอุตสาหกรรม ตลอดจนการอยู่ร่วมกับชุมชน โดยไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานจำนวน 130,000 โรง เป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย จำนวน 75,000 โรง สำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายถูกต้อง กระทรวงอุตสาหกรรมจะมีการยกย่องและมอบเครื่องหมาย Green Industry รวมทั้งพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ในรูปแบบของ Fast Track ในการอนุญาต และมีโครงการส่งเสริมสนับสนุนอื่นๆ ด้วย ส่วนรายที่ทำไม่ถูกต้องจะขอความร่วมมือจาก สอท. ในการชักชวนหรือตักเตือน หรือมีมาตรการกำกับดูแลเพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย เพราะอาจเป็นผู้สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบทางธุรกิจ และช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ
3) ด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงการ วิธีการและงบประมาณสนับสนุน และ4) การร่วมกันรณรงค์ต่อต้านคอรัปชันในทุกรูปแบบ
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม เห็นว่า สอท. เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด อันจะเป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งฟื้นความเชื่อมั่นในการลงทุนและช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมและ SMEs ให้ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที







