posttoday
แบงก์เร่งแข่งปล่อยกู้บ้าน

แบงก์เร่งแข่งปล่อยกู้บ้าน

13 กรกฎาคม 2557

แบงก์รุกหนักสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง รับอสังหาฯ เริ่มฟื้นวิ่งเจาะโครงการชิงลูกค้า

แบงก์รุกหนักสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง รับอสังหาฯ เริ่มฟื้นวิ่งเจาะโครงการชิงลูกค้า

นายอิสระ บุญยัง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา กรุ๊ป เปิดเผยว่า แม้ว่าบรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัยหลังการเมืองคลี่คลายมากว่า 1 เดือน จะยังไม่เห็นการฟื้นตัวที่เด่นชัดนัก แต่ถือว่า   มีสัญญาณที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ของสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ เป็นเพราะแต่ละสถาบันการเงินต้องการเร่งยอดปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ได้ตามเป้าหมาย หลังจากในช่วงไตรมาสแรกได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมือง ทำให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ไตรมาสแรก ปี 2557 มีมูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 4 ของปี 2556 ประมาณ 17% แต่ยังเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 7%

ขณะที่ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้นก็ยังคงมีต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ธนาคารจะพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้เฉพาะผู้ที่มี ความสามารถในการผ่อนชำระและเข้มงวดกับกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ แต่ในเชิงการแข่งขันการปล่อยสินเชื่อใหม่แล้วยังดุเดือดเช่นกัน สะท้อนได้จากการที่ธนาคารยังเข้าหาโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ เพื่อนำเสนอแคมเปญสินเชื่อให้กับผู้ซื้อบ้านในโครงการ

นอกจากนี้ หากประเมินจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ทั้งปีในปี 2556 ที่ผ่านมา สูงถึง 5.3 แสนล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 16 ปี สวนทางกับการที่ธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สะท้อนให้เห็นว่าบรรยากาศการรับโอนกรรมสิทธิ์ยังคงเป็นปกติ เช่นเดียวกับไตรมาสแรกที่ผ่านมาที่ยอดสินเชื่อยังขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับการแข่งขันในช่วงครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการต่างเชื่อว่าธนาคารจะร่วมกับโครงการบ้านเสนอแคมเปญทางการเงินที่จะช่วยลดภาระให้กับผู้ต้องการซื้อบ้าน เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และเป็นการระบายสต๊อกบ้านที่ยังมีอยู่ เช่นเดียวกับธนาคารที่ต้องการขยายสินเชื่อให้ได้ตามเป้าหมาย เช่น แคมเปญดอกเบี้ยต่ำ หรือการปลอดเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นต้น

ด้าน นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน ให้ความเห็นว่า จากภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในช่วงท้ายไตรมาส 2 ที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวและผู้ประกอบการเองก็มีความเชื่อมั่นที่จะรุกทำการตลาดมากขึ้น ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในความสงบ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้จึงเชื่อได้ว่าจะทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายกลับสู่ภาวะปกติ ความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่น่าจะกลับมาเติบโตได้ดีกว่าในครึ่งปีแรก

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่อั้นมานาน ขณะที่|ผู้ประกอบการจะเร่งทำกิจกรรมการตลาดกระตุ้นกำลังซื้อกันมากขึ้น และวัสดุก่อสร้างและราคาบ้านยังไม่มีการปรับราคาในครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ สมาคมไทยรับสร้างบ้านประเมินว่า ตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 7,000-8,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล