
ขายข้าวจีทูจีจีน 1 ล้านตัน
ในขณะที่การตรวจสอบโกดังข้าวสารในโครงการรับจำนำข้าวของคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ยังคงต้องใช้เวลาการตรวจสอบโกดังและรายงานผลการตรวจอีก 75 วัน
ในขณะที่การตรวจสอบโกดังข้าวสารในโครงการรับจำนำข้าวของคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ยังคงต้องใช้เวลาการตรวจสอบโกดังและรายงานผลการตรวจอีก 75 วัน
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ดวงพร รอดพยาธิ์ รักษาการอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนระบายข้าวในสต๊อกตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ โดยจะไม่รอผลการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวสารในสต๊อกให้แล้วเสร็จก่อน เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะอยู่ในช่วงรอยต่อของข้าวนาปีฤดูกาลใหม่ ทำให้ตลาดขณะนี้มีข้าวเหลือไม่มาก
สำหรับการระบายข้าวสารจะใช้ 4 วิธี คือ เปิดประมูลทั่วไป ระบายข้าวผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) ขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และการขายตรง โดยจะนำเสนอแนวทางต่อคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ในวันที่ 11 ก.ค.นี้
“จะมีการปรับเงื่อนไขในทีโออาร์การระบายทุกรูปแบบที่เปิดกว้าง โดยให้ทุกสาขาอาชีพสามารถซื้อข้าวสารสต๊อกรัฐบาลได้ เพราะข้าวในสต๊อกรัฐบาลมีหลายคุณภาพ ซึ่งบางคุณภาพก็อาจขายให้กับผู้ประกอบการอาหารสัตว์ ส่วนที่ดีก็ขายทั้งใช้ในประเทศและส่งออก” ดวงพร กล่าว
ดวงพร ระบุว่า เบื้องต้นแผนการระบายคาดว่าจะระบายได้เดือนละ 56 แสนตัน แต่ยืนยันว่าไม่เร่งการระบายจำนวนมากๆ เพราะรัฐไม่มีแรงกดดันที่จะต้องเร่งระบายข้าวเหมือนกับอดีต โดยสต๊อกข้าวปริมาณ 18 ล้านตัน น่าจะใช้ระยะเวลาในการระบายได้หมดภายใน 3 ปี ส่วนการสัญญาขายข้าวจีทูจีให้จีน 1 ล้านตันนั้น ที่ผ่านมาได้มีการส่งมอบข้าวให้จีนไปแล้ว 1 แสนตัน และจะมีการส่งมอบในช่วงต่อไปหลังจากนี้







