
ก่อสร้างโรงงานส่อคึกหลังมีบอร์ดบีโอไอดัน
ไทยโอบายาชิ คาดรับเหมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมครึ่งปีหลังสัญญาณบวก หลังบีโอไออนุมัติลงทุน
ไทยโอบายาชิ คาดรับเหมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมครึ่งปีหลังสัญญาณบวก หลังบีโอไออนุมัติลงทุน
นายสมพงษ์ จินตวงศ์วานิช กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นันทวัน หรือไทยโอบายาชิ เปิดเผยว่า ภาพรวมงานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีขึ้น หลังครึ่งปีแรกชะลอตัวมากจากปัจจัยลบทางการเมือง ทำให้เกิดสุญญากาศในการอนุมัติการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ส่งผลให้ภาคเอกชนไม่สามารถลงทุนก่อสร้างโรงงานใหม่ๆ หรือขยายลงทุนโรงงานต่างๆ ได้
ขณะที่หลังจากการเมืองคลี่คลาย และมีบอร์ดบีโอไอใหม่เรียบร้อย โครงการที่เคยค้างอนุมัติมูลค่ารวมมหาศาลจึงเริ่มทยอยอนุมัติ ซึ่งทำให้เกิดการลงทุนจริงมากขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลบวกกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม แต่การขยายตัวดังกล่าวอาจไม่มากนัก เนื่องจากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมามีการขยายของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากแล้ว รวมถึงมีการปรับปรุง ซ่อมแซมโรงงานหลังจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 และบางส่วนขยายโรงงานแห่งใหม่ไปยังนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ
สำหรับแผนปีนี้ บริษัทตั้งเป้าประมูลงานก่อสร้างใหม่มูลค่ารวม 1-1.1 หมื่นล้านบาท โดยยังคงเน้นตลาดรับเหมากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก 50% เพราะเป็นงานที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญมากกว่ากลุ่มที่อยู่อาศัย ส่วนอีก 50% เป็นงานก่อสร้างอาคารเชิงพาณิชย์ เช่น โรงแรม อาคารสำนักงาน โดยในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทประมูลงานใหม่ได้แล้ว 2 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ บริเวณแยกคลองเตยพระราม 4 ของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือโกลเด้นแลนด์ ซึ่งเบื้องต้นได้รับงานในส่วนของอาคารสำนักงานมูลค่า 2,000 ล้านบาท ส่วนโรงแรมยังอยู่ระหว่างออกแบบ ซึ่งจะมีการประมูลอีกครั้ง
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า 2.โครงการคอนโดมิเนียมสิทธิการเช่า ภายใต้ชื่อ สินธร เรสซิเด้นซ์ ย่านหลังสวน และบริษัทยังเตรียมยื่นประมูลก่อสร้างอีก 23 โครงการ เช่น ศูนย์การค้า มูลค่ารวม 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีจะมียอดงานประมูลใหม่ตามเป้าหมาย ส่วนรายได้ปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 1-1.1 หมื่นล้านบาทเช่นกัน ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ส่วนงานก่อสร้างในมือที่รอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) มี 7,000-8,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้ตั้งแต่ปีนี้ถึงปี 2559
ด้านภาพรวมตลาดรับเหมาก่อสร้างในครึ่งปีหลัง แม้ว่าปัจจุบันจะมีความต้องการรับเหมาที่สูงขึ้น แต่ภาวะการแข่งขันยังคงรุนแรงเช่นเดิม ทำให้การขยับราคาค่าก่อสร้างไม่ใช่เรื่องง่าย จึงมีผลให้กำไรในธุรกิจรับเหมายังใกล้เคียงเดิม ไม่ได้สูงขึ้น และการรับงานก็ยังคงต้องมีความระมัดระวัง โดยยังต้องคำนึงถึงกำลังการรับงานของบริษัทว่ารับได้ที่ไม่เกินมูลค่าเท่าไร เพราะหากรับมากเกินไป สุดท้ายจะกลายเป็นความเสี่ยงของบริษัทเอง ส่วนต้นทุนค่าก่อสร้างรวมโครงสร้างและตกแต่งในเบื้องต้นของอาคารสำนักงานในปัจจุบันอยู่ที่ 3.54 หมื่นบาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) ปรับขึ้นไม่มาก ส่วนคอนโดมิเนียมจะสูงกว่านี้มาก แต่หากคิดเฉพาะต้นทุนโครงสร้างจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 หมื่นบาทต่อตร.ม.







