
เหมราชฯแผ่วขายที่ดิน297ไร่
6เดือนมีลูกค้าใหม่13รายลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลังนักวิเคราะห์ผิดหวังคาดทั้งปีกำไร3พันล้าน
6เดือนมีลูกค้าใหม่13รายลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลังนักวิเคราะห์ผิดหวังคาดทั้งปีกำไร3พันล้าน
เหมราชฯ ครึ่งปีขายที่ได้ 297 ไร่ ลูกค้าใหม่ 13 ราย เอเซีย พลัส ให้แค่ถือหุ้น ขายที่ได้น้อยคาดกำไรไม่ดี
นายเดวิด นาร์โดน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ว่า มียอดขายที่ดินจำนวน 297 ไร่ โดยมีจำนวนสัญญารวม 20 สัญญา เป็นลูกค้าใหม่ 13 ราย และเป็นการขยายโครงการของลูกค้าที่มีอยู่เดิม 7 ราย ซึ่งยอดขายทั้งหมดแบ่งเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นสัดส่วน 50% และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 25%
กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ผลงานในช่วงครึ่งปีแรกเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล เมื่อพิจารณาจากผลกระทบความไม่มั่นคงทางการเมืองตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว รวมถึงการอนุมัติโครงการสนับสนุนการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มูลค่า 6 แสนล้านบาทที่รออนุมัติ ซึ่งได้เริ่มการอนุมัติตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
ขณะนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมาเช่นเดียวกับความต้องการในประเทศและตลาดการส่งออกที่ฟื้นตัวขึ้น บริษัทพบว่ามีกิจกรรมการลงทุนที่สูงขึ้น และมีความเคลื่อนไหวจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น รวมถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งบริษัทอาจจะมีการปรับเป้าหมายทั้งปีใหม่หลังการเปิดเผยผลงานไตรมาส 2 อีกครั้ง
“เราเชื่อว่าการลงทุนในประเทศไทยและกลยุทธ์ทางธุรกิจของเหมราชฯ ยังคงเป็นที่น่าสนใจในระยะยาว ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับการตั้งฐานการผลิตและการเติบโตทางธุรกิจ เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนด้านต่างๆ ทั้งต้นทุน โครงสร้างพื้นฐานที่ดี และการขยายเข้าถึงตลาด”
สำหรับปริมาณความต้องการด้านบริการสาธารณูปโภคในไตรมาส 2 มีการเติบโตที่ดีขึ้น เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปี 2556
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ให้คำแนะนำหุ้น HEMRAJ เพียงถือ เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นรับปัจจัยบวกจากการมีบอร์ดบีโอไอชุดใหม่ และสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่ 3.68 บาทแล้ว ขณะที่ทิศทางกำไรช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะลดลงตามจำนวนมูลค่างานในมือที่เหลือน้อย
นอกจากนั้น ยอดขายในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ คิดเป็นสัดส่วน 19% เทียบกับเป้าหมายปี 2557 ที่ 1,600 ไร่ และคิดเป็น 25% ของประมาณการปีนี้ของฝ่ายวิจัยที่ 1,200 ไร่ โดยยอดขายงวดไตรมาส 2 ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยมาที่ 176 ไร่ จาก 121 ไร่ในงวดไตรมาสแรก ซึ่งบริษัทอาจมีการปรับลดเป้าหมายปีนี้ลงหลังประกาศงบไตรมาส 2
อย่างไรก็ตาม ทิศทางช่วงครึ่งหลังของปีน่าจะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังเหตุการณ์ภายในประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และบอร์ดบีโอไอชุดใหม่ได้ทยอยอนุมัติโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ สำหรับยอดมูลค่างานในมือ ณ สิ้นไตรมาสแรก จำนวน 983 ล้านบาท ซึ่งค่อนข้างต่ำ และด้วยยอดขายใหม่ที่ฟื้นช้า ทำให้ทิศทางรายได้ไตรมาส 24 มีโอกาสลดลงจากไตรมาสแรกที่มีรายได้จากการขายสูงถึง 2,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคงประมาณการรายได้จากการขายปี 2557 จะชะลอตัวลงเหลือ 4,400 ล้านบาท จากที่ทำได้ 6,200 ล้านบาท ในปี 2556 ขณะที่กำไรทั้งปีคาดว่าจะทรงตัวระดับ 3,000 ล้านบาท โดยกำไรจากโรงไฟฟ้าและค่าบริการสาธารณูปโภคช่วยชดเชยการขายที่ดิน
ก่อนหน้านี้ นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง กรรมการบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน คาดว่ายอดขายที่ดินของบริษัทในปีนี้อาจจะทำสถิติสูงสุด (นิวไฮ) ได้ หลังการเมืองคลี่คลาย นักลงทุนต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ในไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทได้ชะลอการออกไปลงทุนในประเทศลิเบียและอิหร่าน เพราะมองว่ายังมีความเสี่ยงเรื่องกฎหมายและกฎระเบียบ
ด้านบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 มียอดขายนิคมฯ 70 ไร่ น้อยลงจากไตรมาสแรกที่ 118 ไร่ และในไตรมาส 2 ปีก่อนขายได้ 315 ไร่







