
เอ็มบีเคแนะคสช.แก้ข้าวเน่า
“เครือเอ็มบีเค กรุ๊ป” เสนอ คสช.แก้ปัญหาข้าวเน่า ให้เร่งระบายเมื่อจังหวะราคาขึ้น
“เครือเอ็มบีเค กรุ๊ป” เสนอ คสช.แก้ปัญหาข้าวเน่า ให้เร่งระบายเมื่อจังหวะราคาขึ้น
นายสมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซ มิล แอนด์ แกรนารี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสาร บรรจุถุงตราข้าวมาบุญครอง ในเครือเอ็มบีเค กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากปัญหาข้าวในสต๊อก รัฐที่เริ่มเน่าเสีย อยากให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งระบายข้าวที่เหลืออยู่ให้เร็วที่สุด เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายของข้าวทั้งหมดได้ ดังนั้นวิธีแก้ที่ดีที่สุดคือการเร่งระบายข้าวออกสู่ตลาดให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ คสช.ควรเร่งระบายข้าวด้วยวิธีธรรมชาติ เพราะจะทำให้ขายข้าวได้ราคาเนื่องจากราคาข้าวมีการปรับขึ้นปรับลง หากใช้วิธีประมูลอาจทำให้เสียโอกาสด้านราคาขายได้ ขณะเดียวกันควรรับประกันคุณภาพของข้าวเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ
สำหรับภาพรวมการส่งออกข้าวของไทยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีการส่งออกประมาณ 4 ล้านตัน เพิ่มจากปี 2556 มี ยอดการส่งออกข้าวทั้งปีเพียง 6.9 ล้านตัน เท่านั้น จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวคาดว่าสิ้นปีนี้ประเทศไทยจะมีการส่งออกข้าวรวม 9 ล้านตัน โดยในส่วนของตลาดหลักส่งออกข้าว ยังคงเป็นแอฟริกา จีน ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย
“ภาพรวมการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังอาจมีแนวโน้มลดลงไปบ้าง เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ผลผลิตข้าวจะลดลงเป็นเวลา 3 เดือน เริ่มจากเดือน ก.ค.-ก.ย. เพราะเป็นช่วงเวลาของการเพาะปลูกข้าว แต่หลังจากเดือน ต.ค.เป็นต้นไปทุกอย่างจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” นายสมเกียรติ กล่าวอย่างไรก็ดี แม้ภาพรวมส่งออกข้าวจะดีขึ้น แต่ส่งออกข้าวหอมมะลิยังเติบโตลดลง ล่าสุดติดลบประมาณ 8% เนื่องจากผู้ค้ายังไม่มั่นใจเรื่องของคุณภาพข้าวหอมมะลิของไทย แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าตลาดรวมการส่งออกข้าวหอมมะลิจะเติบโตติดลบ แต่การส่งออกข้าวหอมมะลิของบริษัทยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีอยู่ที่ประมาณ 5% เนื่องจากมีการบริหารจัดการที่ดี
ด้านแผนการขยายธุรกิจร้านอาหารในปีนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือกับ บริษัท ฟูจิโอะ ฟู้ด ซิสเต็ม เพื่อร่วมทุนกันจัดตั้ง บริษัท เอ็ม บี เค ฟู้ด ซิสเต็ม ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ภายใต้ทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท โดยบริษัท ปทุมไรซมิลฯ ถือหุ้น 60% และบริษัท ฟูจิโอะฯ ถือหุ้น 40% ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทได้นำแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นจำนวนสองแบรนด์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแล้ว คือ ร้านซูรุมารุ อุด้ง ฮอนโปะ และร้านฟูจิโอะ โชกูโด
ปัจจุบัน ร้านซูรุมารุ อุด้ง ฮอนโปะ มีร้านเปิดให้บริการ 2 สาขา คือ เอ็มบีเค และ ซีคอนสแควร์ ส่วนร้านฟูจิโอะ โชกูโด มี 1 สาขาที่เอ็มบีเค ซึ่งจากการที่พันธมิตรมีแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือมากกว่า 10 แบรนด์ บริษัทจึงมีแผนที่จะนำแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นเข้ามาเปิดเพิ่มเติมในอนาคต และอยู่ระหว่างเจรจากับร้านอาหารฝรั่งเศสและอเมริกาตามแผน 35 ปี กลุ่มร้านอาหาร จะทำรายได้ 50% จากรายได้รวม 3,500 ล้านบาท
นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรธุรกิจอาหารอีกหลายรายทั้งจากฝรั่งเศส และอเมริกา เพื่อนำร้านอาหารใหม่ๆ เข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มเติม ซึ่งจากแนวทางดังกล่าวคาดว่าอีก 35 ปีบริษัทจะมีธุรกิจร้านอาหารในเครือไม่ต่ำกว่า 20 สาขา และส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจร้านอาหารอยู่ที่ 50% จากรายได้รวม 3,500 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีรายได้ 2,200 ล้านบาท







