
ครึ่งปีกองหุ้นไทย แจ่มสุด!
ตั้งแต่ต้นปี 2557 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แทบทุกแห่ง ต่างแนะนำให้นักลงทุนแบ่งเงินออกไปลงทุนต่างประเทศ เพราะคาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี ในขณะที่การลงทุนในประเทศไม่น่าจะสดใสนัก เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
ตั้งแต่ต้นปี 2557 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แทบทุกแห่ง ต่างแนะนำให้นักลงทุนแบ่งเงินออกไปลงทุนต่างประเทศ เพราะคาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี ในขณะที่การลงทุนในประเทศไม่น่าจะสดใสนัก เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
แต่ผลการดำเนินงานของกองทุนรวม 6 เดือนแรกของปีที่รวบรวมโดย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ต้องเรียกว่า “หักปากกาเซียน” เพราะกองทุนหุ้นต่างประเทศทำผลงานได้แย่กว่ากองทุนหุ้นไทย
กลุ่มที่ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงที่สุดคือ กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นไทย นำโดยกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย 13.98% และกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ก็ทำได้ดีเช่นกันที่เฉลี่ย 12.9%
ขณะที่กองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นต่างประเทศทำผลงานได้น่าผิดหวัง เนื่องจากส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างมากเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งเคยทำผลตอบแทนได้ดีเมื่อปี 2556 แต่ในครึ่งแรกของปีนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุด โดยขาดทุน 4.25% ตามมาด้วยกองทุนหุ้นจีน ขาดทุน 3.19%
กลุ่มที่เน้นลงทุนใน อเมริกาและยุโรป ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกันที่ประมาณ 55.5%
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากองทุนหุ้นไทยจะทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่นๆ แต่เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว กองทุนหุ้นไทย “แพ้ดัชนี” อยู่เล็กน้อย เพราะดัชนีตลาดหลักทรัพย์มีผลตอบแทน 14.4% และเมื่อรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลจะให้ผลตอบแทนสูงถึง 16.9%
“แสดงให้เห็นว่าผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่ประเมินตลาดผิด ทำให้ผลตอบแทนนั้นน้อยกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์” พีร์ ยงวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าว
นอกจากนี้ กลุ่มกองทุนทองคำและน้ำมัน ยังกลับมาทำผลตอบแทนได้ดีหลังจากผลดำเนินงานแย่ในปีที่ผ่านมา โดยกองทุนทองคำให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8.85% และกองทุนน้ำมันให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.44%
สำหรับกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในต่างประเทศทำผลตอบแทนได้ดีกว่ากองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในประเทศเกิดใหม่ ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 5.98% และกลุ่มตราสารหนี้ทั่วโลกทำได้ 3.6% ขณะที่ตราสารหนี้ที่ลงทุนในประเทศทั้งระยะสั้นและยาวทำได้เฉลี่ยที่ 12%
“อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนในช่วง 6 เดือนแรกของปีนั้นเป็นเพียงผลดำเนินงานระยะสั้น อยากให้นักลงทุนพิจารณาผลตอบแทนระยะยาวด้วย เนื่องจากการลงทุนในตราสารที่มีความผันผวนสูง เช่น หุ้น ต้องเน้นลงทุนในระยะยาว นอกจากนี้หากดูจากผลดำเนินงานย้อนหลังในระยะยาวจะเห็นว่า กองทุนแต่ละประเภทจะมีผลดำเนินงานที่ดีและแย่สลับกันไป เพราะฉะนั้นไม่อยากให้วิ่งตามกลุ่มหุ้นที่ร้อนแรงและปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว” พีร์ กล่าว
พร้อมกับแนะนำให้นักลงทุนกระจายเงินลงทุนให้เหมาะสมกับระดับการยอมรับความเสี่ยงและอายุของแต่ละคน มากกว่าที่จะทุ่มเงินไปกองทุนใดกองทุนหนึ่ง
พีร์ ยังเปิดเผยว่า บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ฯ ยังอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลผลดำเนินงานที่เรียกว่า Investor Return เพื่อช่วยให้นักลงทุนรู้ว่า แท้จริงแล้วได้ผลตอบแทนเท่าใดในช่วงเวลาที่ลงทุน เพราะผลตอบแทนย้อนหลังที่เปิดเผยอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถสะท้อนผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจริง
“ผลตอบแทน Investor Return ยังช่วยบอกได้ด้วยว่า บลจ.ไหนแนะนำให้ลงทุนในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด และยังบอกได้ด้วยว่า นักลงทุนที่พยายามวิ่งตามลงทุนกองทุนที่เป็นผู้ชนะมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนน้อยกว่าผลดำเนินงานของกองทุน เพราะการไล่ตามกองทุนที่ชนะเราจะไม่มีวันชนะ” พีร์ กล่าว







