
ประกันชีวิตรับเบี้ย2.1แสนล.
ยอดขาย5เดือนฉลุยยังโตกว่า20%ลูกค้าเดินหน้าจ่ายเงินคุ้มครองต่อเนื่อง
ยอดขาย5เดือนฉลุยยังโตกว่า20%ลูกค้าเดินหน้าจ่ายเงินคุ้มครองต่อเนื่อง
เบี้ยประกันชีวิตรับสิ้นเดือน พ.ค. กวาดเบี้ย 2.1 แสนล้านบาทเติบโตเกินคาด 20.4%
นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ยอดขายเบี้ยรับรวมในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) ทั้งอุตสาหกรรมสามารถทำได้ทั้งสิ้น 2.1 แสนล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.4% แบ่งเป็นเบี้ยรับรายใหม่ 7.7 หมื่นล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 29% และเบี้ยรับปีต่อไป 1.3 แสนล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 16% โดยมีอัตราความคงอยู่ของเบี้ยอยู่ที่ 86%
ทั้งนี้ เบี้ยรับรายใหม่ มกราคมพฤษภาคม 2557 จะพิจารณาจากจำนวนเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกรวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว เดือนมกราคมพฤษภาคม 2557 มีทั้งสิ้น 77,547.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 29.10 บริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยรับรายใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1 บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต 1.6 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 20.7% อันดับที่ 2.บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต 1.5 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 20%
สำหรับอันดับที่ 3 เป็นของบริษัท เอไอเอ 1 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 13.1% อันดับที่ 4.บริษัท กรุงไทยแอกซ่า ประกันชีวิต 8,255 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 10.6% และ อันดับที่ 5 บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต 7,748 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 10%
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยรับรวมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1.บริษัท เอไอเอ 4.3 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 20.8% อันดับที่ 2.บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต 3.2 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 15.5% อันดับที่ 3.บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต 3.1 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วนแบ่งตลาด 15.1%
นางบุษรา กล่าวว่า อันดับที่ 4.บริษัท ไทยประกันชีวิต 2.3 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 11% และ อันดับที่ 5.บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต 1.9 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 9.4% รวม 5 อันดับแรก ครองส่วนแบ่งการตลาด 72% ส่วนที่เหลืออีก 19 บริษัท ครองส่วนแบ่งการตลาด 28%
“อัตราการเติบโตของเบี้ยรับปีต่อไปที่เพิ่มขึ้น 16% โดยมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ 86% ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี แสดงให้เห็นถึงผู้เอาประกันชีวิตเห็นความสำคัญของการประกันชีวิตมากขึ้นเป็นลำดับ อีกทั้งบริษัทประกันชีวิตแต่ละบริษัทได้มีการพัฒนาแบบของผลิตภัณฑ์ออกมาแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด ส่งผลให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างมั่นคง สมาคมจึงขอให้ผู้เอาประกันชีวิตที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว ไม่หยุดการชำระเบี้ยประกันชีวิตก่อนครบกำหนดสัญญาเพื่อประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ” นางบุษรา กล่าวว่าในการพิจารณาข้อมูลสถิติของธุรกิจประกันชีวิต สมาคมจะพิจารณาแยกเป็น 2 กรณี คือ ประการแรกจะพิจารณาถึงขนาดของบริษัท โดยจะพิจารณาถึงการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวม ซึ่งหมายถึงเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ (New Business Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป (Renewal Premium) โดยจะมีการพิจารณาถึงอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตประกอบด้วย และประการที่สอง จะพิจารณาถึงการขยายงานของบริษัท จะพิจารณาจากการเติบโตเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่หมายถึง เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก (First Year Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว (Single Premium)







