
IVLราคาหุ้นถูกเก็งกำไรจนเต็มมูลค่าแล้ว
ราคาหุ้น IVL ขยับขึ้นมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่ประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมีตัวอื่น เช่น PTTGC ที่ปรับลงสวนทางกัน หรือ VNT ที่แกว่งตัวออกด้านข้างอย่างไร้ทิศทาง หรือแม้กระทั่งสวนทางกับราคาคอตตอนอย่างเห็นได้ชัด (ราคาหุ้น IVL ควรวิ่งไปในทิศทางเดียวกับราคาคอตตอน) การปรับขึ้นของ IVL มาพร้อมๆ กับข่าวในตลาดที่ลือกันว่าจะแจกวอร์แรนต์ แล้วสุดท้ายบริษัทก็ประกาศแจกวอร์แรนต์ฟรีให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจริงตามข่าวลือ โดยบริษัทได้แจ้งตลาดฯ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นราคาหุ้นก็ได้ปรับลงจนถึงปัจจุบัน (Sell on Fact) เมื่อขายแล้ว นักวิเคราะห์ของเราคิดว่ายังไม่ควรรีบกลับเข้าไปซื้อใหม่ ยกเว้นราคาหุ้นจะปรับลงเหลือ 20 บาทต้นๆ เพราะเราประเมินมูลค่าพื้นฐานไว้เพียง 24 บาทเท่านั้น
ราคาหุ้น IVL ขยับขึ้นมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่ประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมีตัวอื่น เช่น PTTGC ที่ปรับลงสวนทางกัน หรือ VNT ที่แกว่งตัวออกด้านข้างอย่างไร้ทิศทาง หรือแม้กระทั่งสวนทางกับราคาคอตตอนอย่างเห็นได้ชัด (ราคาหุ้น IVL ควรวิ่งไปในทิศทางเดียวกับราคาคอตตอน) การปรับขึ้นของ IVL มาพร้อมๆ กับข่าวในตลาดที่ลือกันว่าจะแจกวอร์แรนต์ แล้วสุดท้ายบริษัทก็ประกาศแจกวอร์แรนต์ฟรีให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจริงตามข่าวลือ โดยบริษัทได้แจ้งตลาดฯ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นราคาหุ้นก็ได้ปรับลงจนถึงปัจจุบัน (Sell on Fact) เมื่อขายแล้ว นักวิเคราะห์ของเราคิดว่ายังไม่ควรรีบกลับเข้าไปซื้อใหม่ ยกเว้นราคาหุ้นจะปรับลงเหลือ 20 บาทต้นๆ เพราะเราประเมินมูลค่าพื้นฐานไว้เพียง 24 บาทเท่านั้น
ออกวอร์แรนต์เพื่อใคร
การออกวอร์แรนต์มักเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทั้งบริษัทและผู้ถือหุ้น โดยบริษัทที่ออกวอร์แรนต์เป็นเพราะต้องการเงินทุนในอนาคต ไม่ได้ต้องการวันนี้ เพราะหากต้องการเงินทุนในวันนี้ก็จะเลือกเป็นการเพิ่มทุนแทน (หรือกู้) บริษัทจะได้รับเงินก็ต่อเมื่อมีการแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ ในเวลาเดียวกันกำไรต่อหุ้น (EPS) หรือมูลค่าทุกอย่างที่เป็นต่อหุ้น (เช่น มูลค่าตามบัญชี, เงินปันผล) จะลดลงเพราะตัวหาร (จำนวนหุ้น) เพิ่มขึ้น นักลงทุนระยะยาวมักไม่ชอบการออกวอร์แรนต์เพราะมูลค่าหุ้นในวันข้างหน้าจะลดลงตามการแปลงสภาพจนกว่าวอร์แรนต์จะหมดอายุ (แปลงสภาพกันที ราคาหุ้นก็ลดลงที) แต่บางบริษัทอาจชอบการออกวอร์แรนต์ เพราะ Dilution Effect (การลดลงของ EPS เพราะจำนวนหุ้นที่มากขึ้น) จะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีเหมือนการเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) หรือการเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ที่กำไรมักสร้างได้ไม่ทันกับจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นในทันที เรียกว่าผลกระทบของ Dilution Effect เกิดขึ้นครั้งเดียวแต่แรงกว่า
อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาว บริษัทที่พื้นฐานดีต่อเนื่อง กิจการมั่นคง มีสเถียรภาพ และมีกำไรที่เติบโต ราคาหุ้นก็ควรอยู่ในทิศทางขาขึ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานดังกล่าว แต่หากบริษัทมีพื้นฐานที่ไม่ดี ราคาหุ้นที่ขึ้นเพราะนักลงทุนหวังที่จะได้ลูก (วอร์แรนต์) เมื่อได้แล้วก็เทขาย เพราะกว่าจะหวังให้ราคาหุ้นขึ้นอีกทีก็อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่พื้นฐานของบริษัทจะดีขึ้น
IVL คาดใช้เงินลงทุนกว่า 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงปี 2557-2561
IVL ให้เหตุผลของการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ 2 ชุด (IVLW1 และ IVLW2) เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจในช่วงปี 2557–2561 โดยบริษัทตั้งเป้าขยายกำลังผลิตจากปัจจุบัน 7 ล้านตัน/ปี เป็น 12 ล้านตัน/ปี ในปี 2561 โดยจะมาจากทั้งสร้างโครงการใหม่ (Greenfield) 3 โครงการ ไปลงทุนในโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว (Brownfield) ขยายคอขวด (Debottleneck) 4 โครงการ และซื้อกิจการอื่น (Merger & Acquisition) 5 โครงการ รวมเป็นมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น บริษัทจึงจำเป็นต้องจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อเตรียมรองรับโครงการดังกล่าว ส่วนหนึ่งจะมาจากการออกใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งนี้ โดยหากวอร์แรนต์มีการใช้สิทธิแปลงสภาพทั้งหมด IVL จะได้รับเงิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนที่เหลือมาจากการกู้และใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทเอง เมื่อมีการแปลงสภาพจากวอร์แรนต์มาเป็นหุ้นสามัญแล้ว ฐานของทุนที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทลดลง บริษัทคาดว่าจะลดลงเหลือต่ำกว่า 1 เท่า จากปัจจุบันที่ 1.3 เท่า อัตราส่วนที่ดีขึ้นก็น่าจะทำให้ธนาคารต่างๆ ยินดีที่จะให้กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ไม่แพงนัก
ราคาหุ้นเก็งกำไรจนเต็มมูลค่า
เรามองว่าโครงการในอนาคตยังอยู่อีกไกล ความเสี่ยงคือความไม่แน่นอนที่ย่อมเกิดขึ้นได้ และบริษัทก็คาดว่ากว่าที่รายได้จะเพิ่มขึ้นจากโครงการต่างๆ ดังกล่าว ปีละ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ น่าจะเป็นปี 2561 เป็นต้นไป จะยังไม่มีผลต่อผลประกอบการในระหว่างปี 25572560 แต่ราคาหุ้นกลับวิ่งล่วงหน้าไปแล้ว ทั้งที่ในระยะสั้นแนวโน้มธุรกิจโพลีเอสเตอร์ และ PTA ยังไม่สดใสจากภาวะอุปทานส่วนเกิน เราประเมินมูลค่าพื้นฐานของ IVL ที่ 24 บาท โดยอิง PBV 1.9 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต







