posttoday
สถาบันจ่อซื้อ5หมื่นล.

สถาบันจ่อซื้อ5หมื่นล.

08 กรกฎาคม 2557

ซีแอลเอสเอยกแบงก์อาหารวัสดุก่อสร้างแมคควอรียันเศรษฐกิจโตต่ำอีกนาน

ซีแอลเอสเอยกแบงก์อาหารวัสดุก่อสร้างแมคควอรียันเศรษฐกิจโตต่ำอีกนาน

บลจ.กรุงศรี คาดสถาบันไทยเตรียมซื้อหุ้นอีก 5 หมื่นล้าน ซีแอลเอสเอเชียร์แบงก์ วัสดุก่อสร้าง และอาหาร

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี กล่าวในงานสัมมนา “มุมมองและกลยุทธ์พิชิตการลงทุนในครึ่งปีหลังของปี 2557” ว่า ในครึ่งหลังของปีนี้สถาบันในประเทศยังมีเงินสดที่รอเข้าซื้ออีกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมถึงที่เข้ามาซื้อตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันประมาณ 4 หมื่นล้านบาท รวมแล้วคาดว่าทั้งปีนี้จะมีแรงซื้อหุ้นไทยเกือบ 1 แสนล้านบาท แต่คงไม่ทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นสูง เพราะเป็นลักษณะทยอยเข้าซื้อและย้ายกลุ่มหุ้นเข้าลงทุน

ทั้งนี้ สถาบันในประเทศเข้ามาซื้อหุ้นสูงกว่าเม็ดเงินใหม่ที่ไหลเข้าซื้อกองทุนในปีนี้ที่มีเงินเพียง 1 หมื่นล้านบาท โดยเงินส่วนเพิ่มนั้นเป็นเงินสดที่ถือไว้ตั้งแต่ปี 2556

นายประภาส กล่าวถึงกลยุทธ์การลงทุนของ บลจ.กรุงศรี ว่ายังคงลงทุนหุ้นในสัดส่วนที่สูงประมาณ 9899% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถืออยู่ประมาณ 95% โดยโยกกลุ่มลงทุน ลดน้ำหนักกลุ่มธนาคารและกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ มาเพิ่มกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมถือไม่ถึง 10% เพิ่มเป็นมากกว่า 10% เพราะเท่าที่ตรวจสอบกับผู้ประกอบการอสังหาฯ ทุกเดือน พบว่ายอดขายบ้านล่วงหน้ามีมาตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีความเชื่อมั่น

นายประภาส ประเมินว่าดัชนีหุ้นในปี 2558 จะอยู่ที่ 1,600-1,650 จุด โดยคาดว่าอาจจะทดสอบระดับสถิติสูงสุด 1,700 จุดได้ เพราะเชื่อว่านักลงทุนจะเชื่อมั่นต่อสภาพเศรษฐกิจที่คาดว่าน่าจะเติบโตดี ทำให้ผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศกลับเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะต่างประเทศที่ขายออกไปเป็นจำนวนมาก จะมองภาพการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวมากกว่า และลดน้ำหนักเรื่องการเมืองลง โดยมองว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะหนุนการเติบโตเศรษฐกิจไทยใน 10 ปีข้างหน้า 45% และผลตอบแทนในการลงทุนหุ้นในช่วง 10 ปีข้างหน้า น่าจะถึง 510% แต่ระหว่างปียอมรับว่าอาจมีการปรับฐานแรง 20-40%

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นในปีนี้ แม้ว่าปัจจุบันจะเกินเป้าหมายที่ 1,487 จุดไปแล้ว เพราะประเมินว่าในไตรมาส 3 ดัชนีน่าจะปรับฐานลง 50100 จุด หรืออาจเห็นระดับ 1,4001,450 จุด และน่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 4 เพราะคาดหวังกับการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าถึง 5% จากปีนี้ขยายตัว 1.82%

“ช่วงไตรมาส 3 น่าจะเป็นจังหวะเข้าลงทุน โดยแนะนำให้เลือกกลุ่มหุ้นที่ล้อไปกับนโยบายของ คสช. หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ เช่น แบงก์ อสังหาริมทรัพย์ รับเหมาก่อสร้างและนิคมฯ เป็นต้น” นายธนเดช กล่าว

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ เอเชีย ได้ออกบทวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทย วันที่ 7 ก.ค. ว่า คาดหวังว่าจะมีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2558 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่เฟสที่ 2 ของการปฏิรูปชั่วคราว ที่จะมีการกระตุ้นการลงทุน จึงให้น้ำหนักหุ้นที่ได้ดีจากการปฏิรูป

“ให้น้ำหนักมากกว่าตลาด หุ้นธนาคาร วัสดุก่อสร้าง และอาหาร แต่มองลบหุ้นสายการบิน” บล.ซีแอลเอสเอ เอเชีย ระบุ

ทั้งนี้ แนะนำซื้อหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) ราคาที่เหมาะสม 198 บาท ธนาคารกรุงไทย (KTB) 21.90 บาท บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) 468 บาท บริษัทซีพี ออลล์ (CPALL) 46.50 บาท บริษัท ไทยออยล์ (TOP) 52 บาท และบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) 66 บาท

ขณะเดียวกัน แนะนำขายหุ้นบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) ราคาที่เหมาะสม 208 บาท บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) 58.8 บาท บริษัท โฮมโปรดักส์เซ็นเตอร์ ราคา 9.6 บาท บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) 13.7 บาท บริษัท การบินไทย (THAI) 14.8 บาท และบริษัท บ้านปู (BANPU) ราคาที่เหมาะสม 29 บาท

ด้าน บล.แมคควอรี มีมุมมองว่านโยบายกระตุ้นของ คสช.ที่ออกมาจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตในอัตราต่ำเป็นระยะเวลานาน เป็นการจำกัดยุคทอง รัฐบาลเข้มงวดในนโยบาย จะทำให้เกิดความไม่คล่องตัวในการลงทุน ซึ่งเป็นความเสี่ยง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ