posttoday
เครือโรงพยาบาลกรุงเทพปักธงผู้นำเอเชียแปซิฟิก

เครือโรงพยาบาลกรุงเทพปักธงผู้นำเอเชียแปซิฟิก

08 กรกฎาคม 2557

ถือเป็นกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของประเทศไทยสำหรับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งประกอบด้วยโรงพยาบาลกรุงเทพ สมิติเวช บีเอ็นเอช พญาไท และเปาโล เมโมเรียล ที่ประกาศแผนเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดโรงพยาบาลในเอเชียแปซิฟิกให้ได้ภายใน 23 ปีข้างหน้า

ถือเป็นกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของประเทศไทยสำหรับเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งประกอบด้วยโรงพยาบาลกรุงเทพ สมิติเวช บีเอ็นเอช พญาไท และเปาโล เมโมเรียล ที่ประกาศแผนเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดโรงพยาบาลในเอเชียแปซิฟิกให้ได้ภายใน 23 ปีข้างหน้า

นพ.ชาตรี ดวงเนตร กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการการแพทย์ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ เปิดเผยว่า บริษัทยังเดินหน้ามุ่งสู่ความเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกด้านบริการทางการแพทย์ จากปัจจุบันที่กลุ่ม IHH จากประเทศมาเลเซียถือเป็นผู้นำในภูมิภาค และพยายามจะเข้ามาซื้อกิจการโรงพยาบาลในไทย แต่จากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในประเทศกลายเป็นปัญหารุมเร้า ทำให้การเติบโตในปีนี้ต่ำกว่าเป้า 12% จากเดิมที่ทั้งปีตั้งเป้าโตไว้ 13% เท่าปีก่อนปีนี้ คาดว่าปีนี้การเติบโตจะลดเหลือ 11% แต่ก็ไม่ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้มากนัก

“ปัจจัยลบทางการเมืองทำให้ผู้ป่วยต่างชาติเข้ามาใช้บริการลดลง 2% ในครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวต่างชาติที่ชะลอการเดินทางเข้ามาใช้บริการ แต่มั่นใจว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ในช่วงไตรมาส 4 ใกล้เคียงกับปีก่อนได้ โดยจะเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าระดับกลางให้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น” นพ.ชาตรี กล่าว

พร้อมกันนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากคนไข้ที่เป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตมากขึ้นเป็น 25% ภายในปี 2558 จากปัจจุบันอยู่ที่ 21% ลูกค้าหลักเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายด้วยเงินสดและบัตรเครดิต โดยยังคงเป้าหมายที่จะขยายโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศให้ได้ตามเป้าหมายที่ 50 แห่งภายในปี 2558

ปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 43 แห่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการแล้ว 31 แห่ง และโรงพยาบาลสนามจันทร์ 3 แห่งที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการควบรวม ส่วนอีก 9 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีแผนการขยายโรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 7 แห่ง เพื่อจะให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ บอกได้แต่เพียงว่าจะเป็นผู้ให้บริการเอง

“เรายังคงดำเนินแผนการต่างๆ เพื่อที่จะให้ไปถึงตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะมีโรงพยาบาล 50 แห่งในปีหน้า ซึ่งปัจจุบันเราก็มีอยู่ในมือแล้วถึง 43 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 7 แห่งนั้น เตรียมพร้อมในแผนแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ที่แน่ๆ ต้องขยายไปในแหล่งชุมชน” นพ.ชาตรี กล่าว

ขณะเดียวกัน ยังเตรียมออกหุ้นกู้แปลงสภาพวงเงินไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท เสนอขายให้กับนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งจะต้องรอมติอนุมัติของผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 5 ส.ค. จึงจะนำเงินมาลงทุนตามแผนที่วางไว้

จากเป้าหมายดังกล่าว และเพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน จึงได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 20 ล้านบาท เพื่อนำระบบ Bexchange หรือระบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้านเวชระเบียนเข้ามาใช้ระหว่างโรงพยาบาลในเครือ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการแพทย์ ติดตามผู้ป่วยไปทุกที่ ลดความผิดพลาดทางการรักษาที่เกิดจากการไม่ทราบประวัติต่อเนื่องของผู้ป่วย

นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยจากการทำวินิจฉัยที่ซ้ำซ้อนที่เคยทำมาแล้วในอดีต เบื้องต้นจะเริ่มใช้กับ 3 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลกรุงเทพ สมิติเวช และบีเอชเอ็น และคาดว่าในไตรมาส 4 จะขยายให้ครอบคลุมโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล เมโมเรียล โดยมีผู้ป่วยนอกที่ใช้บริการทั้งเครือ 2.2 หมื่นคน/วัน และคาดว่าเมื่อมีโรงพยาบาลครบ 50 แห่ง จำนวนผู้ป่วยนอกจะขยับขึ้นเป็น 3 หมื่นคน/วัน

ที่ผ่านมาปัญหาและอุปสรรคของธุรกิจโรงพยาบาลประการหนึ่ง คือ จำนวนบุคลากรทางการแพทย์มีค่อนข้างจำกัดไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงพยาบาลเอกชนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โรงพยาบาลเอกชนนอกจากจะมีการดึงบุคลากรทางการแพทย์จากภาครัฐแล้ว ยังมีการดึงจากโรงพยาบาลเอกชนด้วยกันเอง โดยเฉพาะแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้การขยายการลงทุนจึงต้องมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในจังหวัดหัวเมืองรอง รวมไปถึงประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวสูง และประเทศที่มีจำนวนโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานการรักษาไม่เพียงพอต่อความต้องการ

การเดินหน้ารุกตลาดของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงมุ่งเน้นตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นผู้นำในตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตามเป้าหมายที่วางไว้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ