posttoday
จากสถาปนิกสู่เจ้าของธุรกิจแบรนด์"เชลเทอร์"

จากสถาปนิกสู่เจ้าของธุรกิจแบรนด์"เชลเทอร์"

07 กรกฎาคม 2557

ชีวิตหนุ่มสาวมนุษย์เงินเดือน จะต้องมีบางช่วงในชีวิตเกิดปัญหาต่างๆ ทำให้เกิดคำถามกับอนาคตและการตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตใหม่

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ชีวิตหนุ่มสาวมนุษย์เงินเดือน จะต้องมีบางช่วงในชีวิตเกิดปัญหาต่างๆ ทำให้เกิดคำถามกับอนาคตและการตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตใหม่ ซึ่งอาจทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปตลอดกาล เหมือนกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 การเกิดและล้มของธุรกิจมากมาย มีผลกับ 2 หนุ่มสาวสถาปนิก มัณฑนากร ตัดสินใจเปลี่ยนมาทำงานส่วนตัว และกำเนิดแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก “เชลเทอร์” (Shelter)

ทัศพนธ์ ธัญวงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชลเทอร์ และภรรยา กัณฑิมา ธัญวงษ์ ดีไซเนอร์ เลือกสร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก ต่อจากการทำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่เปิดขายประมาณ 4 ปี จึงเปลี่ยนมาทำแบรนด์เสื้อผ้า เนื่องจากการแข่งขันในตลาดเฟอร์นิเจอร์รุนแรง ทั้งสองเลือกทำเสื้อผ้าเด็กเพราะเป็นช่วงเวลาที่มีลูก มีความต้องการเสื้อผ้าเด็กที่ไม่สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาด

แบรนด์ “เชลเทอร์” แตกต่างจากเสื้อผ้าเด็กแบรนด์อื่น มีจุดเด่นด้านดีไซน์ที่โดดเด่น เป็นเสื้อผ้าเป็นแนวศิลปะ สวมใส่สบาย ใช้เนื้อผ้านิ่ม จากการออกแบบเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ของหนุ่มสถาปัตยกรรม ที่ทำงานสถาปนิกออกแบบอาคาร และสาวมัณฑนากร ที่ออกแบบตกแต่งภายใน กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของแบรนด์นี้ รวมถึงมีความรู้สึกที่เรียกว่า ความรักลูกมาเป็นส่วนผสม และเป็นแรงผลักดันในการสร้างผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเด็ก ทั้งที่สองคนไม่มีความรู้ด้านการออกแบบเสื้อผ้ามาก่อน

ในช่วงแรกของการทำตลาด ได้ร่วมออกไปงานแสดงสินค้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง และมีผู้บริหารของศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไปพบถูกใจในแบบเสื้อผ้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงให้ฝ่ายจัดซื้อไปติดต่อแบรนด์เชลเทอร์เข้าศูนย์การค้าทันที ทำให้มีโอกาสนำแบรนด์มาขายในศูนย์การค้าเอ็มโพเรียมแห่งแรก ต่อมาจึงมีลูกค้ารู้จักแบรนด์มากขึ้น และเริ่มขยายไปวางขายในห้างเดอะมอลล์สาขาอื่นๆ และในห้างเซ็นทรัลแผนการขยายธุรกิจในปีนี้จะเริ่มนำแบรนด์เชลเทอร์ไปทำตลาดผ่านคอมมูนิตี้มอลล์ทั้งใน กทม.และขยายไปในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยวางแผนจะเปิดช็อปใหม่ปีละ 5 แห่ง งบลงทุน 2 ล้านบาทต่อสาขา และเชื่อมั่นว่าตลาดเสื้อผ้าเด็กยังมีศักยภาพเติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะตลาดต่างจังหวัดเศรษฐกิจขยายตัวดี

นอกจากนี้ ยังได้ขยายธุรกิจร้านอาหารและขนม ภายใต้แบรนด์ Shelter 1 Acre และ Hungry Eatery เรียกได้ว่าเป็นการรุกขยายธุรกิจใหม่ในท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศปีนี้ที่ชะลอตัว แต่ “ทัศพนธ์” ให้มุมมองว่า ธุรกิจยังมีโอกาสขยายตัวได้ท่ามกลางวิกฤต เพราะใช้คำว่า การโอกาสใหม่ ซึ่งที่ผ่านบริษัทก็เจอภาวะวิกฤตมาได้หลายครั้ง ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ตั้งแต่การเกิดโรคไข้หวัดนก การเกิดเหตุการเมืองรุนแรง เกิดเหตุเผา กทม. น้ำท่วม และการเมืองในปีนี้ แต่สามารถผ่านทุกสถานการณ์มาได้

สิ่งสำคัญคือ ต้องยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ และมองว่าปัญหาคือเรื่องปกติ ทุกอย่างมีเกิดขึ้น และเดี๋ยวก็ผ่านไป ในครั้งแรกที่เกิดปัญหา ทุกคนก็อาจจะรู้สึกว่ารุนแรงมาก เพราะบริษัทไม่เคยเจอมาก่อน แต่เมื่อผ่านมาได้แล้ว ก็จะมองปัญหาเป็นเรื่องปกติ ทุกอย่างสามารถผ่านไปได้ทั้งหมด

พร้อมกันนี้อยากแนะนำเอสเอ็มอีที่กำลังเผชิญหลายปัจจัยลบทางธุรกิจในปีนี้ ควรปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายในองค์กร และเพิ่มรายได้ในส่วนอื่น รวมถึงควบคุมต้นทุนวัตถุดิบให้ดีที่สุด เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้ต่อไป พร้อมกับยึดแนวคิดที่ว่า ต้องทำงานให้มีความสุข รวมถึงพนักงานในบริษัททุกคนด้วย เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความรู้สึกดีที่ได้ทำงานในทุกวัน เต็มไปด้วยพลังแห่งความสุข

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท