
รื้อโควตาหวยแก้สลากแพง
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลใหม่ 9 คน
ตั้งบอร์ดสลากฯ สางโควตาแก้หวยแพง
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลใหม่ 9 คน โดยมีนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมบอร์ดครั้งแรกในสัปดาห์นี้ มีวาระสำคัญ คือ การสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ คนใหม่แทน พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ที่ลาออกไป โดย คสช.เร่งรัดให้สรรหาให้ได้ภายใน 1 เดือน
แนวทางคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ขายใบละ 80 บาท ยังคงเดินหน้าต่อ โดย ทพญ.กุณฑีรา ตันติรังสี ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ลงนามคำสั่งให้ชะลอการทำสัญญาตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลออกไปก่อน แต่ให้ตัวแทนจำหน่ายเดิมยังคงได้รับสลากตามจำนวนที่ได้รับอยู่ไปก่อนจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา เป็นการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการตามจุดที่กำหนดราคาคู่ละ 80 บาท แต่ที่อยู่ในระบบสัญญาเดิมก็ขายตามกลไกตลาด แต่ไม่เกินคู่ละ 92 บาท
กรมศุลกากรรีดภาษีขาช็อปของหิ้ว
กรมศุลกากรขึ้นป้ายที่สนามบินทุกแห่ง เข้มงวดการนำสินค้าที่ไม่ได้นำมาเป็นของใช้ส่วนตัวของผู้โดยสารและลูกเรือที่เดินทางเข้ามาในประเทศโดยสายการบินต่างๆ เป็นสินค้าที่มีราคารวมกันเกิน 1 หมื่นบาท หากนำมาเพื่อการค้าจะต้องเสียภาษี และหากไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรทราบจะมีความผิดทางกฎหมายสูงสุด คือให้ริบของที่ลักลอบหนีศุลกากรและปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ศุลกากรจะใช้ดุลพินิจในการตรวจเพื่อไม่ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศได้รับความเดือดร้อน เช่น กระเป๋าแบรนด์เนมราคาใบละเป็นแสน ถ้าซื้อมาใช้ส่วนตัวก็ไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้านำเข้ามาทีเดียว 34 ใบ ซึ่งมีเจตนาว่าจะนำมาเพื่อการพาณิชย์จะต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง
แหล่งข่าวกรมศุลกากรเปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายศุลกากรเตรียมเสนออธิบดีกรมศุลกากรออกประกาศใหม่ โดยเพิ่มมูลค่าสินค้าที่คนไทยนำกลับมาเพื่อเป็นของฝากหรือของใช้ จาก 1 หมื่นบาท เป็น 8 หมื่น1 แสนบาท เพราะประกาศเดิมที่ห้ามนำสินค้าเข้าประเทศเกิน 1 หมื่นบาทเป็นกฎหมายที่ใช้มานาน 40 ปี ไม่สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันที่ราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงไปมาก
เอทีเอ็มกรุงไทยยูโอบีขัดข้อง
เกิดเหตุระบบเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยและธนาคารยูโอบี (ไทย) ล่ม เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ใช้บริการเครื่องเอทีเอ็มและบัตรเอทีเอ็มของกรุงไทยกดเงินแต่ไม่ได้รับเงินและถูกตัดยอดไปแล้วราว 4 หมื่นราย จนทำให้ทั้งสองธนาคารต้องออกแถลงการณ์ขอโทษลูกค้าเป็นการใหญ่
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย สั่งการให้เร่งคืนเงินเข้าบัญชีลูกค้าโดยเร็ว พร้อมระบุสาเหตุว่าเกิดจากสายส่งที่เชื่อมต่อระหว่างระบบของธนาคารกรุงไทย และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ ผู้ให้บริการเอทีเอ็มพูลขัดข้อง
ด้าน นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ได้ขอให้ธนาคารที่มีปัญหาระบบเอทีเอ็มชี้แจงมายัง ธปท. ถึงสาเหตุและตัวเลขความเสียหาย ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเป็นช่วงสิ้นเดือนที่มีคนใช้บริการจำนวนมาก และธนาคารดังกล่าวมีปัญหามาจากระบบไอที จึงสั่งให้เร่งแก้ไข เพราะไม่อยากเห็นปัญหาในลักษณะนี้อีก
ปปช.ขอแบงก์รายงานธุรกรรมนักการเมือง
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมออกประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้นักการเมืองรายงานการทำธุรกรรมต่อ ป.ป.ช.โดยตรง จากเดิมต้องรายงานให้เฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สาระสำคัญของประกาศ กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานการทำธุรกรรมการเงินของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ทั้งนักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ตลอดจนข้าราชการประจำ กรณีการทำธุรกรรมที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ 1 ล้านบาทขึ้นไป หรือเงินสดตั้งแต่ 5 แสนบาท
ด้านความเคลื่อนไหวของภาคการเงิน ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การกำหนดให้สถาบันการเงินดำเนินการดังกล่าวต้องดูว่า ป.ป.ช.อ้างอิงจากกฎหมายใด และจะทับซ้อนกับบทบาทของ ปปง.หรือไม่ ขณะที่นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย พร้อมให้ความร่วมมือเพราะเป็นพันธกิจของสมาชิกสมาคมในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่แล้ว เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ยืนยันว่า หากมีกฎหมายชัดเจนก็คงต้องปฏิบัติตาม แต่ต้องดูว่าธนาคารมีข้อมูลหรือไม่ และจะต้องไม่ผิดกฎการรักษาความลับของลูกค้า







