
ปรับกฎตั้งบริษัททัวร์
ชงเพิ่มเงินประกันเป็น2ล้านบาทปิดช่องมิจฉาชีพโกงนักท่องเที่ยว
ชงเพิ่มเงินประกันเป็น2ล้านบาทปิดช่องมิจฉาชีพโกงนักท่องเที่ยว
กรมการท่องเที่ยวดึงโมเดลชาติอาเซียนตั้งบริษัททัวร์ ชง คสช.เพิ่มเงินประกัน 2 ล้านบาท
นายอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า คณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เตรียมร่างระเบียบบังคับใช้ผู้ที่จะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนำเที่ยวต้องมีเงินทุนประกันขั้นต่ำ 12 ล้านบาท เบื้องต้นอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องวงเงินประกันให้เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจในแต่ละกลุ่ม เพื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ในลำดับต่อไป
ทั้งนี้ แนวทางการเพิ่มวางประกันดังกล่าวได้นำมาตรฐานการจัดตั้งบริษัททัวร์ของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่าง ลาว พม่า สิงคโปร์ มาเลเซีย มาใช้ ซึ่งมีเงินทุนประกันในทุกเส้นทางไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยใช้ทุนประกันบริษัททัวร์ดำเนินการตลาดเส้นทางในประเทศเพียง 5 หมื่นบาท เส้นทางต่างประเทศ 1 แสนบาท เส้นทางนำต่างชาติเที่ยวไทย 1.5 แสนบาท และเส้นทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2 แสนบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพแสวงหาผลประโยชน์ในธุรกิจท่องเที่ยว กรณีเกิดการฉ้อโกงนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย
สำหรับบริษัททัวร์ที่เปิดให้ดำเนินการในปัจจุบัน กรมการท่องเที่ยวจะผ่อนผันการปรับเพิ่มจำนวนวงเงินประกันออกไปอย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนมากนัก ทั้งนี้เชื่อว่าการเพิ่มวงเงินประกันจะช่วยคัดกรองให้ผู้ประกอบการธุรกิจที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการมากขึ้น
นอกจากนี้ การร่างระเบียบดังกล่าวจะเพิ่มโทษกับบริษัทเอกชนที่จัดงานแสดงสินค้าทางการท่องเที่ยว (คอนซูเมอร์) และบริษัททัวร์ กรณีเกิดการร้องเรียนของนักท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาการขออนุญาตจัดงานแต่ละครั้ง การนำเสนอรายชื่อบริษัททัวร์ที่ร่วมออกงานไม่สอดคล้องกับตัวเลขจริง ทำให้การตรวจสอบรายละเอียดไม่ครบถ้วน จึงเกิดปัญหาบ่อยครั้ง
“กรมจะเสนอร่างระเบียบครั้งนี้ต่อ คสช.เร่งพิจารณาภายในปลายเดือนนี้ เพื่อให้กฎหมายออกมาบังคับใช้ทันช่วงไฮซีซั่นเดือน ต.ค.นี้” นายอานุภาพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จะประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงพาณิชย์ หารือเพื่อกำหนดให้บริษัททัวร์ต้องจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัดเท่านั้นส่งผลให้มีเงินทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น โดยยกเลิกจดทะเบียนในนามบุคคล เพื่อป้องกันการปิดบริษัทหนีแล้วจดทะเบียนจัดตั้งรอบใหม่







