posttoday
"ทางลัดความสำเร็จคือเรียนรู้จากผู้ที่สำเร็จ"

"ทางลัดความสำเร็จคือเรียนรู้จากผู้ที่สำเร็จ"

03 กรกฎาคม 2557

เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รัฐบาลและเอกชนมีการลงทุนเพิ่ม ทำให้ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้างมีการขยายตัวที่ดีขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่ค่อนข้างซบเซาเพราะการลงทุนหยุดชะงัก เมื่อหลายวันก่อนธนาคารได้จัดงานสัมมนาเกี่ยวกับธุรกิจก่อสร้าง โดยเชิญท่านเจ้าของธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มาร่วมพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ในการบริหารจัดการและการปรับตัวในธุรกิจ ซึ่งในงานนี้ได้ข้อมูลและข้อคิดที่เป็นแรงบันดาลใจมากมายที่ผมอยากแบ่งปันให้ทุกคนครับ

เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รัฐบาลและเอกชนมีการลงทุนเพิ่ม ทำให้ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้างมีการขยายตัวที่ดีขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่ค่อนข้างซบเซาเพราะการลงทุนหยุดชะงัก เมื่อหลายวันก่อนธนาคารได้จัดงานสัมมนาเกี่ยวกับธุรกิจก่อสร้าง โดยเชิญท่านเจ้าของธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มาร่วมพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ในการบริหารจัดการและการปรับตัวในธุรกิจ ซึ่งในงานนี้ได้ข้อมูลและข้อคิดที่เป็นแรงบันดาลใจมากมายที่ผมอยากแบ่งปันให้ทุกคนครับ

เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสข่าวเรื่องแรงงานต่างชาติเดินทางกลับบ้านจำนวนมาก ทำให้ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติกลุ่มนี้จำนวนมากต้องพบกับปัญหา คุณซึ่งปัญหาเรื่องแรงงานสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง พงศ์พันธ์ ธีระจรุงเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิศวภัทร์ กล่าวว่า เรื่องแรงงานเป็นปัญหาที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเจอมาตลอด ในส่วนของวิศวภัทร์ก็มีแนวทางในการแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน ด้วยการรักษาแรงงานที่มีอยู่ให้ดี “ดูแลเค้าให้ดี มีที่พักดี สะอาด ปลอดภัย และที่สำคัญจ่ายค่าแรงตรงเวลา ต้องคิดว่าเราอยู่ได้เพราะมีเค้า เราจึงต้องดูแลเค้าให้ดี เพื่อไม่ให้เค้าไปจากเรา”

นอกจากนี้ อีกแนวทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างควรปรับตัวก็คือ การพึ่งพาแรงงานคนให้น้อยลง และใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในระยะยาว ในช่วงท้ายคุณพงศ์พันธ์ยังได้แชร์ปัจจัยความสำเร็จของวิศวภัทร์ให้ฟังว่า 1.การ สร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง 2.มีวินัยในการใช้เงิน ไม่ใช้เงินผิดประเภท รักษาสภาพคล่อง 3.ไม่นั่งเฝ้าออฟฟิศ ออกไปหน้างานบ่อยๆ เพราะหน้างานเดิน เงินก็เข้า

เจ้าของธุรกิจอีกท่านที่เราจะไม่พูดถึงเลยคงไม่ได้ เพราะเป็นเจ้าแม่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเจ้าใหญ่ในภาคอีสาน คนที่ผมพูดถึงก็คือ คุณนาตยา ตั้งมิตรประชา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูโฮม ในเครืออุบลวัสดุ ซึ่งผมคิดว่าการทำธุรกิจของคุณนาตยาจะเป็นไอดอลให้กับใครหลายๆ คน เพราะเริ่มต้นจากขายวัสดุก่อสร้างในบ้านไม้ 2 ห้อง สู่ธุรกิจระดับ 1 หมื่นล้านบาท หลักการที่คุณนาตยายึดถือมาตลอดในการทำธุรกิจก็คือ “ธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องมีบริการที่ดีและมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า เราต้องสร้างแรงศรัทธาจากลูกค้า ด้วยการมีสินค้าที่มีมาตรฐาน และคุณภาพต้องใช้ได้”

การบอกเล่าเรื่องราวของคุณนาตยาเป็นการใช้คำพูดง่ายๆ เล่าเรื่องที่มาจากสิ่งที่ตนเองทำและสร้างมาด้วยสองมือ แม้ในช่วงเศรษฐกิจซบเซาดูโฮมก็ไม่กระทบมากนัก เพราะดูโฮมมีการกระจายลูกค้าหลายกลุ่ม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อีกเรื่องที่เป็นข้อคิดที่ดีเมื่อเจอวิกฤติ โดยคุณนาตยาฝากไว้ว่า “เมื่อเกิดอะไรขึ้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติให้ดี ดูว่าธุรกิจที่เราทำอยู่เรามีความชำนาญไหม ลูกน้องที่อยู่ครบไหม ครอบครัวเรามีความสุขไหม และเราคืนอะไรให้กับสังคมบ้าง” นี่คือแนวคิดของคนที่ประสบความสำเร็จ

คราวนี้มาถึงเจ้าของธุรกิจรุ่นเล็ก คุณไผท ผดุงถิ่น ผู้บริหารสูงสุด บริษัท บิลค์ เอเชีย เป็นคนรุ่นใหม่ที่หันมาอยู่ในวงการธุรกิจก่อสร้างในเรื่องของการนำไอทีเข้ามาช่วยให้การทำธุรกิจของผู้ประกอบการมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่าน Builk.com ซึ่งจะช่วยประมาณการเวลาก่อสร้าง เพื่อให้ผู้รับเหมาสามารถบริหารจัดการได้ทั้งต้นทุนและเวลาในการทำงาน คุณไผทได้พูดถึง Key Success ของธุรกิจไว้ว่า ธุรกิจต้องให้ความสำคัญ 3 เรื่อง คือ “T (Time) บริหารเวลา C (Cost) บริหารต้นทุน และ Q (Quality) ควบคุมคุณภาพ ต้องบริหาร 3 สิ่งนี้ให้ดี ธุรกิจก็จะประสบความสำเร็จ”

ผู้บริหารทั้ง 3 คนที่ผมกล่าวถึง ต่างประสบความสำเร็จในธุรกิจของตนเอง ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมือนกัน 3 ประการ คือ รู้จักธุรกิจตนเอง รู้จักลูกค้าตนเอง และรู้จักพัฒนาตนเอง แล้วคุณอยากประสบความสำเร็จอย่างพวกเขาหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท