
สินค้าบุญครึ่งแรกทรุดปรับแผนรับเชื่อมั่นฟื้นกู้ยอด
ปัจจัยลบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา
โดย...จะเรียม สำรวจ
ปัจจัยลบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา นอกจากจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจกลุ่มสินค้าทำบุญรวมทั้งสังฆภัณฑ์อีกด้วย เพราะความกังวลที่เกิดขึ้นทำให้อารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคอยู่ในภาวะชะลอตัว
ผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ภาพรวมตลาดกลุ่มสินค้าทำบุญมีอัตราการเติบโตติดลบ 16-17% เพราะผู้บริโภคลดปริมาณการซื้อสินค้าทำบุญลดลง เนื่องจากไม่มั่นใจว่าในอนาคตภาพรวมเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศในช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น และส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจกลุ่มสินค้าทำบุญเริ่มมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น
สกล แสงมาลี ประธานกรรมการ บริษัท สังฆภัณฑ์ ผู้ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าแสงแห่งศรัทธา หรือห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์ (เดิม) กล่าวว่า ภาพรวมสินค้าทำบุญและสังฆภัณฑ์ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตติดลบไปกว่า 10% เพราะกำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวลดลง โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เช่น ชาวนา เนื่องจากช่วงต้นปียังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว
แต่หลังจาก คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ส่งผลให้ภาพรวมกลุ่มสินค้าทำบุญเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่น ขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักอย่างผู้มีรายได้น้อยเริ่มได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าว ส่งผลให้คาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจสินค้าทำบุญในสิ้นปีนี้มีอัตราการเติบโตเท่ากับปี 2556 ที่มีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
สกล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักที่เข้ามาซื้อสินค้าทำบุญ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและอาศัยอยู่ในต่างจังหวัด เพราะคนต่างจังหวัดทำบุญด้วยความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา เห็นได้จากการเข้าวัดทำบุญทุกวันพระ ภาคที่มีการทำบุญมากที่สุด คือ ภาคอีสาน ตามด้วยกรุงเทพฯ
อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าแสงแห่งศรัทธาอยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ คือ การสืบทอดพุทธศาสนาด้วยการเข้ามาสนับสนุนและประชาสัมพันธ์วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมาให้ความสำคัญเรื่องงบประมาณการลงทุนในโครงการต่างๆ มากเกินไปจนลืมการสนับสนุนเรื่องของพุทธศาสนา
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจของห้างสรรพสินค้าแสงแห่งศรัทธาในช่วงครึ่งปีหลังนี้ หลังจากทำการปรับปรุงตัวอาคารและรีแบรนดิ้งจากห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์ เป็นห้างสรรพสินค้าแสงแห่งศรัทธาในช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ลูกค้าให้ผลการตอบรับดีขึ้น
จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าว ห้างสรรพสินค้าแสงแห่งศรัทธาจึงมีแผนที่จะขยายช่องทางการทำตลาด ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับช่องทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากธุรกิจสินค้าทำบุญมีข้อจำกัดในเรื่องของการทำตลาดและตั้งเป้ามียอดขายสิ้นปีเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ด้าน ธานี มิตรพันธ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มสินค้าทำบุญและสังฆภัณฑ์ภายใต้แบรนด์แสงธรรม กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจสินค้าทำบุญในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีอัตราการเติบโตติดลบไปประมาณ 1617% เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอย และลดปริมาณการซื้อสินค้าทำบุญ ภายหลังมีความกังวลด้านปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจ และการเมืองที่เกิดขึ้น
หลังจากสถานการณ์คลี่คลายในช่วงเดือน มิ.ย. กลุ่มธุรกิจสินค้าทำบุญเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากนโยบายต่างๆ ที่ คสช.ประกาศออกมาได้สร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภค และในช่วงเดือน ก.ค.นี้ คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากมีวันสำคัญทางศาสนา 2 วัน คือ วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา
นอกจากนี้ ยังมีวันสำคัญทางศาสนาและวันสำคัญอื่นๆ ที่พุทธศาสนิกชนนิยมเข้าวัดทำบุญ เช่น วันออกพรรษา วันแม่ และวันพ่อ จึงน่าจะทำให้ภาพรวมธุรกิจสินค้าทำบุญและสังฆภัณฑ์ในสิ้นปีนี้กลับมามีอัตราการเติบโตได้ที่ 20% เพราะจากข้อมูลตอนนี้ภาพรวมธุรกิจมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 10% แล้ว
ในส่วนของแผนการทำตลาดของแบรนด์สินค้าแสงธรรม นับจากนี้ช่วงสิ้นปีมีแผนที่จะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เพื่อดำเนินธุรกิจดังกล่าวอย่างจริงจังภายใต้ชื่อบริษัท แสงธรรม พร้อมกับขยายร้านตัวแทนจำหน่ายไปยังตลาดต่างจังหวัด
ปัจจุบันแบรนด์แสงธรรมมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในตลาดกรุงเทพฯ จำนวน 3 ราย คือ อยู่ฝั่งธนบุรี 2 ร้าน และย่านเสาชิงช้า 1 ร้าน พร้อมกันนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาเว็บไซต์ สิ้นปีคาดว่าจะมียอดขายเติบโต 100% แบ่งเป็น เว็บไซต์ 30% การขายผ่านตัวแทน 30% และการขายตรงผ่านวัด 40%
กำลังซื้อที่เริ่มกลับมาปรับตัวดีขึ้น ภายหลังจากสถานการณ์คลี่คลายจะส่งผลให้ธุรกิจสินค้าทำบุญมีอัตราการเติบโตเป็นบวกได้หรือเปล่า คงต้องขึ้นอยู่กับแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน







