
"อาร์เอส"ปิดจ๊อบทำใจบอลโลกได้ 650 ล้าน
ผ่านไปครึ่งทางสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ตั้งแต่ก่อนการแข่งขันจนการแข่งขันผ่านไปครึ่งทาง การถ่ายทอดสดก็ยังคงมีปัญหา ส่งผลให้ผู้บริหารบริษัท อาร์เอส ต้องออกมาชี้แจงเป็นระยะๆ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
ผ่านไปครึ่งทางสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ตั้งแต่ก่อนการแข่งขันจนการแข่งขันผ่านไปครึ่งทาง การถ่ายทอดสดก็ยังคงมีปัญหา ส่งผลให้ผู้บริหารบริษัท อาร์เอส ต้องออกมาชี้แจงเป็นระยะๆ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัท อาร์เอส ออกมาชี้แจงกรณีผู้ชมผ่านฟรีทีวีส่วนใหญ่ไม่สามารถดูคู่บราซิลชิลี ได้ในคืนวันที่ 28 มิ.ย. และคู่เนเธอร์แลนด์เม็กซิโก ในคืนวันที่ 29 มิ.ย. เพราะหลายพื้นที่ยังรับสัญญาณช่อง 8 ไม่ได้
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า การออกมาชี้แจงครั้งนี้ถือเป็นการออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการถ่ายทอดสดฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2014 เพราะสถานการณ์ในช่วง 23 วันที่ผ่านมามีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จึงทำให้บริษัทในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ต้องออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจประเด็นต่างๆ
จากปัญหาที่เกิดขึ้นในวันที่ 2829 มิ.ย. ที่มีประชาชนจากหลายพื้นที่แจ้งว่าไม่สามารถรับชมการแข่งขันระหว่างคู่บราซิลชิลี และเนเธอร์แลนด์เม็กซิโก ได้ผ่านทางช่อง 8 บริษัท อาร์เอส ชี้แจงว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เร่งประสานขอเช่าเวลาเพิ่มเติมจากสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเพื่อให้แฟนบอลรับชมอีก 2 คู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เดิมจะถ่ายทอดสดแค่ช่อง 8 ให้รับชมผ่านช่องเอ็นบีทีได้ด้วย
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2014 ผ่านทางฟรีทีวีครบทั้ง 64 แมตช์ ซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะจ่ายเงินสนับสนุนเพื่อเป็นค่าชดเชยความเสียหาย และค่าเสียโอกาสทางธุรกิจจากการเปลี่ยนแผนธุรกิจ คิดเป็นมูลค่า 427 ล้านบาท ถือว่าไม่เพียงพอที่จะเยียวยาความเสียหาย และเป็นสิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นความสำคัญของประชาชนเป็นหลัก ธุรกิจเป็นเรื่องรอง
สุรชัย กล่าวว่า หลังจากบรรลุข้อตกลงร่วมกัน บริษัทได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2014 จนจบรอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา (1 ก.ค.) ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับเงินครบถ้วนตามจำนวนเงิน 427 ล้านบาท ที่ได้ตกลงไว้แต่อย่างใด เนื่องจาก กสทช.เพิ่งจ่ายเงินค่าชดเชยก้อนแรกมาให้เพียง 100 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ทำความเข้าใจถึงความล่าช้า เนื่องจากขั้นตอนการดำเนินงานต้องผ่านพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ
พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 คู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย คือ บราซิลชิลี กับเนเธอร์แลนด์เม็กซิโก ถ่ายทอดสดเฉพาะช่อง 8 ซึ่งทาง กสทช.ระบุว่า ต้องลดค่าเสียโอกาสลงจาก 427 ล้านบาทนั้น ต้องดูที่ข้อตกลง หลังคำตัดสินของศาล ตามแผนเดิมบริษัทจะถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีแค่ 22 คู่ แต่ทาง กสทช.บอกว่าช่วยถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีให้หมดทุกคู่ และจะหาเงินมาเยียวยาให้
“ดังนั้นการคิดมูลค่า 427 ล้านบาท บริษัทไม่ได้คิดราคาเป็นแมตช์ต่อแมตช์ แต่คิดเป็นค่าเสียโอกาสค่าชดเชยรวมตามที่ กสทช.บอกมาว่าช่วยถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีให้ครบทุกคู่ ผังการถ่ายทอดสดจึงเป็นไปตามที่ กสทช.รับทราบ ช่อง 7 ถ่าย 29 คู่ ช่อง 5 ถ่าย 38 คู่ และช่อง 8 ถ่าย 56 คู่ ซึ่งช่อง 5 กับ ช่อง 7 ที่ถ่ายทอดสด บริษัทต้องไปซื้อเวลามาออกอากาศ และไม่อยากไปรบกวนเวลาช่วงคู่ 5 ทุ่ม กับช่อง 5 และช่อง 7 โปรแกรมถ่ายทอดสดจึงออกมาอย่างที่เห็น” พรพรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากทาง กสทช.ต้องการจะลดค่าเสียโอกาสค่าชดเชย ก็ต้องชี้แจงมาให้ได้ว่าจะหักค่าเสียโอกาสด้วยเหตุผลอะไร จากการผิดเงื่อนไขไหน ในอัตราค่าเสียโอกาสเท่าไหร่
การถ่ายทอดสดทุกคู่การแข่งขันบริษัทดำเนินการตามแผนงานที่ได้แจ้งไว้กับ กสทช. ซึ่งได้มีการเสนอผังรายการและตารางการแข่งขันไปยัง กสทช.ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา และ สกทช.ก็เห็นชอบ โดยในส่วนของช่อง 5 จะถ่ายทอดการแข่งขันทั้งหมด 38 แมตช์ ช่อง 7 ถ่ายทั้งหมด 29 แมตช์ และช่อง 8 ถ่ายทั้งหมด 56 แมตช์
สำหรับกรณีที่มีคำถามกลับมาว่า ทำไมแมตช์ การแข่งขันส่วนใหญ่ถ่ายทอดสดทางช่อง 8 พรพรรณ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องของข้อตกลงและเวลาการออกอากาศที่เหมาะสมของแต่ละช่อง จึงทำให้บางวันมีการถ่ายพร้อมกัน 2 ช่อง บางวันถ่ายทอดเพียงช่องเดียว พรพรรณ กล่าวว่า แม้ว่าบริษัทจะได้รับค่าชดเชยจาก กสทช. แต่เงินก้อนดังกล่าวบริษัทก็ต้องนำมาชดเชยค่าเสียหายและค่าเสียโอกาสให้กับลูกค้าที่เป็นทั้งผู้ชมและเป็นผู้สนับสนุน เพราะเดิมทีวางแผนจะถ่ายทอดแบบเอกซ์คลูซีฟ 22 แมตช์ ผ่านช่อง 7 ซึ่งหาก กสทช.จ่ายเงินค่าชดเชยและค่าเสียโอกาสครบ 427 ล้านบาท ก็จะทำให้การบริหารสิทธิครั้งนี้แค่เสมอตัวที่ 650 ล้านบาท
ในด้านของยอดรวมการคืนกล่องบอลโลกในตอนนี้อยู่ที่ 2 แสนกล่อง ขณะที่ยอดคืนแพ็คเกจอยู่ที่ 3 หมื่นราย ซึ่งหากคิดเป็นเม็ดเงินที่บริษัทต้องจ่ายให้กับลูกค้าที่ซื้อกล่องบอลโลกไปจะอยู่ที่ประมาณ 318 ล้านบาท เนื่องจากราคากล่องอยู่ที่ 1,590 บาท ส่วนเม็ดเงินที่ต้องจ่ายให้กับลูกค้าที่ซื้อแพ็คเกจชมบอลโลกจะอยู่ที่ประมาณ 8.9 แสนบาท เนื่องจากราคาแพ็คเกจอยู่ที่ 299 บาท
แม้ว่าตอนนี้จะผ่านไปครึ่งทาง แต่ตอนนี้บริษัท อาร์เอส ออกมายอมรับแล้วว่า การบริหารสิทธิการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ในครั้งนี้คงปิดจ๊อบรายได้เพียง 650 ล้านบาทเท่านั้น เพราะตอนนี้ยอดขายกล่องบอลโลกไม่มีการขยับเพิ่มขึ้นแล้ว หลังจากขายไปได้ 3 แสนกล่อง ซึ่งถือว่าพลาดเป้าที่วางไว้ว่าจะขายได้ที่ 1 ล้านกล่อง







