
ฟันกลุ่มหิ้วสินค้าหรู
กรมศุลฯปรับแผนใหม่หลังเลิกป้ายเตือนแอร์สจ๊วตก็ไม่รอดโดนสุ่มตรวจ
กรมศุลฯปรับแผนใหม่หลังเลิกป้ายเตือนแอร์สจ๊วตก็ไม่รอดโดนสุ่มตรวจ
ศุลกากรปรับแผนรีดภาษีหิ้วสินค้าหรูเข้าประเทศ เจาะเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ธุรกิจทัวร์เตือนอย่าเลือกปฏิบัติ
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นำป้ายเตือนผู้โดยสารและลูกเรือที่นำเข้าสินค้าเกิน 1 หมื่นบาท ต้องเสียภาษีให้ถูกต้องออกจากสนามบินทุกแห่งแล้ว เพราะทำให้ประชาชนตกใจ และมีวิธีอื่นที่ให้ความรู้ ผู้เดินทางโดยไม่ทำให้สังคมแตกตื่น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีคนบางกลุ่มอาศัยช่องว่างดังกล่าวนำสินค้าเข้ามาเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งกรมรู้กลุ่มชัดเจนว่ามีใครบ้าง และมีการสุ่มตรวจกลุ่มดังกล่าวอย่างเข้มงวด
แหล่งข่าวกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรที่สนามบินสุวรรณภูมิ สามารถจับกุมสินค้านำเข้าและส่งออกได้ปีละหลายสิบล้าน โดยปีงบประมาณ 2556 จับกุมได้ 107 ครั้ง มูลค่า 29 ล้านบาท และช่วง 9 เดือนปีงบประมาณ 2557 จับกุมได้ 75 ครั้ง มูลค่า 40 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าหรู นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง น้ำหอม
ทั้งนี้ วิธีการสุ่มตรวจจะดูพฤติกรรมการเดินทางเป็นหลัก อาทิ มีการเดินทางไปยุโรปบ่อยเกือบทุกเดือน เพื่อไปหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมหรือนาฬิกามาขาย รวมทั้งมีทีมเข้าไปดูทั้งในอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์ที่รับพรีออร์เดอร์สินค้า (รับหิ้ว) จากต่างประเทศว่าเจ้าของแอกเคาต์คือใคร มีแผนเดินทางไปประเทศไหน เดินทางกลับเที่ยวบินใด ทำให้จับกุมสินค้าออนไลน์ได้หลายคดี ส่วนลูกเรือสายการบินทั้งแอร์และสจ๊วตจะพิจารณาจากพฤติกรรมในการขนสินค้า หากขนสินค้าเดิมหลายเที่ยวก็จะถูกตั้งข้อสังเกตว่านำมาขายต่อ
นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ และนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า สมาคมสบายใจขึ้นที่กรมศุลกากรนำป้ายออกแล้ว แต่หากเป็นไปได้อยากให้กรมศุลกากรมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน การสุ่มตรวจ และเป็นวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่อาจเสี่ยงถูกครหาว่าเลือกปฏิบัติได้ รวมทั้งไทยกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่มีการตรวจชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทย ทำให้ไม่เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวไทยได้ เพราะส่วนใหญ่จะนิยมซื้อของฝากกลับประเทศ
นายสุรพล ศรีตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็มแพคทัวร์ กล่าวว่า กระแสข่าวป้ายเตือนคนไทยหิ้วสินค้าราคาเกิน 1 หมื่นบาทเข้าประเทศต้องชำระภาษีนั้น คงไม่มีผลทำให้คนไทยเดินทางผ่านบริษัททัวร์น้อยลง แต่คงมีผลกับการใช้จ่ายบ้าง เพราะกลุ่มคนที่ไปเที่ยวจะใช้จ่ายช็อปปิ้งน้อยลง จากปกติคนไทยเมื่อไปต่างประเทศก็นิยมจะซื้อของติดมือฝากญาติพี่น้องไปจนถึงเพื่อนที่รู้จัก หรือรับคำเพื่อนที่ฝากซื้อของมา ก็อาจจะไม่กล้ารับฝากแล้ว







