posttoday
5 ข้ออ้างในการติดหนี้บัตรเครดิตที่ควรเลิก!

5 ข้ออ้างในการติดหนี้บัตรเครดิตที่ควรเลิก!

02 กรกฎาคม 2557

การติดหนี้บัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก มีคนอีกนับหมื่นคนที่ร่วมชะตากรรมติดหนี้บัตรเครดิตกับคุณ แต่ถ้าหากคุณคือคนที่ติดหนี้บัตรเครดิต และมีข้ออ้างเดิมๆ ที่เราเอามาฝากในวันนี้ คุณควรหยุดคิดและทบทวนว่าคุณควรใช้ข้ออ้างเหล่านี้หรือไม่ เพราะอย่างไรก็ตาม การไม่มีหนี้ ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุด หรือปลอดภัยที่สุดในชีวิตการบริหารการเงินของคุณ

การติดหนี้บัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก มีคนอีกนับหมื่นคนที่ร่วมชะตากรรมติดหนี้บัตรเครดิตกับคุณ แต่ถ้าหากคุณคือคนที่ติดหนี้บัตรเครดิต และมีข้ออ้างเดิมๆ ที่เราเอามาฝากในวันนี้ คุณควรหยุดคิดและทบทวนว่าคุณควรใช้ข้ออ้างเหล่านี้หรือไม่ เพราะอย่างไรก็ตาม การไม่มีหนี้ ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุด หรือปลอดภัยที่สุดในชีวิตการบริหารการเงินของคุณ

1.ได้เงินเดือนไม่พอใช้หนี้
จากผลวิจัยทางด้านจิตวิทยาของมนุษย์ ซึ่งมีอธิบายเรื่องนี้ว่าเป็นสิ่งที่เรียกว่า “Hedonic Treadmill”  หรือความคาดหวังต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึง เมื่อคนเรามีรายได้ที่เพิ่มขึ้น การใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย  เพราะหากมีการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ถึงแม้เงินเราเพิ่มขึ้น ความสุขจะลดลง เพราะฉะนั้น พอมีเงินเดือนมาก ก็กินหรูขึ้น ใช้ของเเพงขึ้น จนเราคุ้นชินกับชีวิตแบบนั้น จนคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้คือสิ่งจำเป็นในที่สุด แต่คุณหารู้ไม่ว่า สิ่งเหล่านี้ หากตัดออกได้ คุณจะมีเงินพอไปจ่ายหนี้บัตรเครดิตอย่างแน่นอน เพียงแต่คุณต้องรวบรวมความกล้าสักนิด และบอกตัวเองว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ระหว่าง เสื้อผ้าแพงๆ ที่คุณซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ หรือ หนี้บัตรเครดิตที่คุณต้องเสียดอกเบี้ยรายวัน

2.ไหนๆ มันเยอะมากจนจ่ายไม่หมดอยู่แล้ว ก็จ่ายแค่ขั้นต่ำเอาแล้วกัน
ข้ออ้างนี้ก็เป็นอีกข้อที่คุณควรเลิก เพราะนอกจากดอกเบี้ยที่จะทบต้นเป็นรายวันแล้ว การจ่ายหนี้สินจะกินเวลายาวนานหลายปีอีกด้วย เพราะคุณต้องอย่าลืมว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะสูงถึง 18% อาทิ คุณมีหนี้สินราว 240,000 บาท คุณจ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ราว 4,800 บาท อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 18 ต่อปี คุณต้องใช้เวลายาวนานถึง 7 ปี และเสียดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้นราว 190,000 เลยทีเดียว ซึ่งจะเห็นว่าเป็นตัวเลขที่ไม่สวยเอาเสียเลย ดังนั้น ยิ่งคุณจ่ายมากเท่าไหร่ เวลาผ่อนและดอกเบี้ยรวมที่เสียก็ยิ่งลดลง อย่าหลงเชื่อไปกับทางเลือกการจ่ายขั้นต่ำ หากคุณไม่เดือดร้อนจริงๆ

3.คู่ของคุณเป็นคนจัดการเรื่องเงิน คุณขอไม่ยุ่ง
การละเลย เพิกเฉย ให้เงินภรรยาหรือสามีทุกต้นเดือน แล้วให้เขาจัดการเองทั้งหมด อาจทำให้คุณหายปวดหัวลงไปบ้าง แต่อย่าชะล่าใจไป เพราะสุดท้าย หากปัญหาบานปลายขึ้น มันจะกระทบการเงินโดยรวมของครอบครัวทั้งหมด เพราะคุณต้องหมดไปกับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในแต่ละเดือน ซึ่งแทนที่เงินในส่วนนั้น จะเข้าสู่กองทุนเกษียณอายุของคุณเองมากขึ้น หรือกองทุนสำหรับการไปเที่ยวของครอบครัวในแต่ละปี ดังนั้น เรื่องหนี้คือเรื่องสำคัญ ที่ถึงแม้คนหนึ่งจะเป็นคนจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ทั้งหมด แต่อีกคนควรรู้เรื่องด้วย เพื่อหาทางแก้ร่วมกัน  

4.ยุ่งมากจนไม่มีเวลาคิดแผนจัดการหนี้สิน
ถึงคุณจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม ก็อย่าลืมว่าเวลาไม่คอยท่าฉันใด ดอกเบี้ยก็พอกพูนไปเรื่อยๆ ตามเวลาฉันนั้น คุณยุ่งเพื่อทำงานหาเงิน แต่สุดท้ายเงินที่หาได้กลับต้องแบ่งส่วนไปจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคาร เพราะฉะนั้น สละเวลาสักนิด มาไล่เรียงว่าคุณมีหนี้ิสินอะไรบ้าง จะจัดการอย่างไร อาจปรึกษาธนาคารเจ้าของบัตรก็ยิ่งง่ายขึ้นไปอีก

5.ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ตันไปหมด
ข้อนี้ ก็ยังดีที่คุณมีความตั้งใจที่จะจัดการหนี้สินแล้ว แต่คุณเพียงแค่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ซึ่งขั้นตอนแรกสุดคือ ตั้งสติ ไล่เรียงหนี้บัตรเครดิตของคุณทั้งหมด ตามความเร่งด่วน ซึ่งก็คือ จำนวนดอกเบี้ยที่คุณเสีย ซึ่งขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยและเงินต้นคงเหลือ หลังจากนั้นยกหูโทรศัพท์ปรึกษาธนาคารเจ้าหนี้ ว่าสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง ต่อมาทำบัญชีรายรับรายจ่าย ตัดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นออก และที่เหลือนำไปจัดการหนี้สิน หากสุดท้ายยังคงเหลือเวลานานกว่าหนี้จะหมด อาจถึงเวลาที่คุณต้องหารายได้เสริมมาจัดการหนี้ เป็นต้น

5 ข้ออ้างในการติดหนี้บัตรเครดิตที่ควรเลิก!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท