posttoday
จับตา"กุ้ง-ยาง-ข้าว"สินค้าดาวโรย

จับตา"กุ้ง-ยาง-ข้าว"สินค้าดาวโรย

02 กรกฎาคม 2557

จากภาวะเศรษฐกิจคู่ค้าในปีนี้ ที่น่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ตามที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

จากภาวะเศรษฐกิจคู่ค้าในปีนี้ ที่น่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ตามที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี ตลอดจนกรณีที่สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) พร้อมออกมาตรการแซงก์ชั่นและกีดกันสินค้าจากไทยได้ทุกเมื่อ อันเนื่องมาจากปัญหาการค้ามนุษย์และเหตุการณ์รัฐประหาร

ส่งผลให้การส่งออกและราคาสินค้าเกษตรของไทยปีนี้มีแนวโน้มไม่สดใสนัก แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปีภาวะเศรษฐกิจการเกษตรยังขยายตัวอยู่

“สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้ประมาณการอัตราการเติบโตภาวะเศรษฐกิจการเกษตร 2 ไตรมาสแรกของปี คาดว่าน่าจะเติบโตที่ 0.51% โดยปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวมาจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้นและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนทำให้ราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้น โดยทั้งปีคาดว่าภาวะเศรษฐกิจการเกษตรจะขยายตัว 2.3-3.3%” อนันต์ ลิลา เลขาธิการ สศก. ระบุ

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเป็นรายสินค้า สศก.คาดว่าปีนี้ผลผลิตการเกษตรและปศุสัตว์หลายรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปี อ้อยโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ ไก่ เนื้อสุกร ไข่ไก่ และน้ำนมดิบ ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าเหล่านี้มีแนวโน้มลดลงได้

สศก.จึงจัดสินค้าเป็น 3 กลุ่ม 9 สินค้า เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีมาตรการรับมือล่วงหน้า

ประกอบด้วย 1.กลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มสดใส ได้แก่ ไก่เนื้อและทุเรียน โดยเฉพาะไก่เนื้อที่คาดว่าการผลิตปี 2557 จะมีปริมาณการผลิตไก่เนื้อจำนวน 1,141 ล้านตัว แม้ว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3.35% แต่ปรากฏว่าความต้องการบริโภคทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น การส่งออกไก่สดแช่เย็นแช่แข็งไปยังญี่ปุ่น

2.กลุ่มสินค้าเฝ้าระวัง ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ปาล์มน้ำมัน สุกร และกุ้งขาวแวนนาไม โดยสินค้าในกลุ่มนี้จะพบว่าข้าวเป็นสินค้าต้องเผชิญกับปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำมากที่สุด โดย สศก.คาดว่าปีนี้ไทยจะส่งออกข้าวได้ 8 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 20% เนื่องจากประเทศผู้นำเข้าข้าวยังคงนำข้าวต่อเนื่อง เพราะราคาข้าวไทยมีราคาต่ำส่งผลให้รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีแนวโน้มลดลง

ในขณะที่กุ้งขาวแวนนาไมเป็นสินค้าที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าราคาจะปรับตัวดีขึ้นบ้างก็ตาม ทั้งนี้สาเหตุหลักๆ ยังคงเป็นปัญหาโรคกุ้งตายด่วน(อีเอ็มเอส) ที่ยังมีความรุนแรงอยู่ในบางพื้นที่ แต่จากการที่ผู้ประกอบการแปรรูปกุ้งไม่กล้ารับคำสั่งซื้อล่วงหน้าระยะยาว จึงไม่มีการสต๊อกกุ้งในปริมาณมากและหันไปนำเข้ากุ้งจากประเทศที่มีราคาถูกกว่ามาเป็นวัตถุดิบทดแทน ส่งผลให้ราคากุ้งในประเทศมีแนวโน้มลดลง

“สถานการณ์โรคกุ้งตายด่วนดีขึ้น ล่าสุดอัตราการรอดของกุ้งเพิ่มขึ้น เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูฝน จึงคาดว่าทั้งปีผลผลิตจะอยู่ที่ 3 แสนตัน จาก 9 หมื่นตัน ในช่วงครึ่งปีแรก” นิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง ระบุ

และ 3.กลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มน่าเป็นห่วง ได้แก่ ยางพารา โดย สศก.คาดการณ์ว่าผลผลิตยางพาราในปีนี้จะมีปริมาณทั้งสิ้น 3.95 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ผลิตได้ 3.78 ล้านตัน เนื่องจากพื้นที่กรีดยางส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในช่วงอายุที่ให้ผลผลิตสูง ประกอบกับมีเนื้อที่เปิดกรีดหน้ายางใหม่เพิ่มขึ้น

แต่ราคายางพาราของไทยที่มีราคาแพงกว่าประเทศคู่แข่ง เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ประกอบกับขณะนี้ยางพาราของไทยมีราคาสูงกว่าราคายางสังเคราะห์ ส่งผลให้ผู้ซื้อหันไปซื้อยางจากประเทศคู่แข่ง หรือไปซื้อยางสังเคราะห์แทนเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยาง ถุงยางอนามัย ส่งผลให้ราคายางพาราปีนี้น่าเป็นห่วง

สอดคล้องกับ หลักชัย กิตติพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา ที่บอกว่าราคายางแผ่นดินน่าจะทรงตัวที่ระดับ 6-5 บาท/กิโลกรัม ไปจนถึงสิ้นปี เนื่องจากสต๊อกยางในประเทศต่างๆ มีปริมาณที่สูง เช่น จีนมีสต๊อกยางประมาณ 56 แสนตัน และอินเดีย 3 แสนตัน ขณะที่ราคายางในประเทศอื่นถูกกว่าไทยประมาณ 5-6 บาท/กิโลกรัม ทำให้คาดว่าปีนี้ไทยจะส่งออกยางได้ 3.6-3.7 ล้านตัน มูลค่า 2.6 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท