posttoday
ค้าเสรีอียู

ค้าเสรีอียู

02 กรกฎาคม 2557

หลังวิกฤตหนี้สาธารณะในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงปี 2552-2553 ส่งผลให้ตลาดภายในอียูซบเซาอย่างหนัก ทำให้อียูตัดสินใจเร่งเปิดเจรจาเอฟทีเอกับหลายประเทศ เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียน เพื่อเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่

หลังวิกฤตหนี้สาธารณะในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงปี 2552-2553 ส่งผลให้ตลาดภายในอียูซบเซาอย่างหนัก ทำให้อียูตัดสินใจเร่งเปิดเจรจาเอฟทีเอกับหลายประเทศ เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียน เพื่อเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่

ทั้งนี้ อียูกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจาเอฟทีเอกับประเทศในอาเซียน เป็น 2 แนวทาง คือ 1.การเจรจาเอฟทีเออียูกับประเทศในอาเซียนเป็นรายประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย โดยเฉพาะไทยที่กำลังจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากร (จีเอสพี) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และ 2.การเจรจาเอฟทีเอในกรอบใหญ่ หรือการเจรจาเอฟทีเอระหว่างกลุ่มอาเซียนอียู ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม การเจรจาเอฟทีเอกรอบใหญ่ คือ อาเซียนอียู มีความล่าช้ามาก จนนำไปสู่การพักการเจรจา ส่งผลให้อียูมุ่งเน้นการเจรจาเอฟทีเอกับอาเซียนเป็นรายประเทศมากขึ้น และบรรจุข้อตกลงเอฟทีเอกับบางประเทศแล้ว คือ สิงคโปร์ และมาเลเซีย

ในขณะที่การเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยอียูมีความคืบหน้าไม่มากนัก กระทั่งในปี 2555 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สั่งให้รื้อฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทยอียู อย่างเป็นทางการ และมีมติอนุมัติกรอบการเจรจาเอฟทีเอไทยอียู และแต่งตั้ง โอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย เป็นหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอฝ่ายไทย

โอฬาร นำคณะเจรจาฝ่ายไทยไปเจรจากับทางอียูได้เพียง 2 ครั้ง การเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ เพราะทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ในหลายประเด็น เช่น สิทธิบัตรยา ทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และการนำเข้าแอลกอฮอล์ เป็นต้น ขณะที่อียูไม่ยอมเปิดตลาดสินค้าเกษตรให้ไทยเช่นกัน

กระทั่งการเจรจายุติลงสิ้นเชิงหลังรัฐประหารวันที่ 22 พ.ค. 2557

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี