posttoday
จิตติพร จันทรัช ผูเกล้าคิดต่างและลงมือทำ

จิตติพร จันทรัช ผูเกล้าคิดต่างและลงมือทำ

02 กรกฎาคม 2557

“จิตติพร จันทรัช” วัย 40 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด เจ้าของและผู้บุกเบิกส่งออกซอสปรุงรส เครื่องแกง อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ไปยังต่างประเทศ ถือเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความคิดแหวกแนวและกล้าลุกมาทำอะไรจริงจังหลังต้องการเห็นสินค้าและเครื่องปรุงต่างๆ ของไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น

“จิตติพร จันทรัช” วัย 40 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด เจ้าของและผู้บุกเบิกส่งออกซอสปรุงรส เครื่องแกง อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ไปยังต่างประเทศ ถือเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความคิดแหวกแนวและกล้าลุกมาทำอะไรจริงจังหลังต้องการเห็นสินค้าและเครื่องปรุงต่างๆ ของไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น

จุดเริ่มต้นของธุรกิจของเขามีเหตุเกิดจากความสงสัยตอนที่ไปเรียนต่างประเทศว่าทำไมเครื่องปรุงการทำอาหารไทยไม่มีขายเลยบนชั้นวางของที่เห็นได้ชัดเจน เหมือนส่วนผสมของอาหารสัญชาติอื่นๆ อย่างญี่ปุ่น หากจะซื้อน้ำปลายี่ห้อหนึ่งก็ต้องไปเฉพาะซูเปอร์ที่นี่และตั้งอยู่บริเวณชั้นนั้นจริงๆ จะต้องเป็นคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศซื้อบ่อยเท่านั้นถึงจะรู้ว่าอยู่ตรงไหน น้อยมากที่คนชาติอื่นจะสามารถหยิบซื้อไปเพื่อทดลองปรุงอาหาร เนื่องจากไม่ใช้คำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ หรืออธิบายสินค้าว่านำไปใช้หรือนำไปเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารอะไรได้บ้าง และการออกแบบก็ไม่ได้ดึงดูดใจให้ลูกค้าใหม่รู้สึกอยากจับต้อง

เมื่อได้ไอเดีย เขาก็บินกลับไทยเพื่อมาทำธุรกิจนี้เลยด้วยวัยเริ่มต้นเพียงอายุ 25 ปี เพราะมั่นใจว่าถ้าเอาจุดอ่อนที่พบและช่องว่างที่เห็นมาสร้างโอกาสในการเริ่มทำธุรกิจของตัวเองแล้วน่าจะเดินหน้าไปได้ เพราะมีคุณพ่อที่ทำธุรกิจส่งของไทยไปขายในร้านที่เป็นกลุ่มคนเอเชียอยู่แล้วเป็นคนแนะนำให้ว่าควรทำอย่างไรบ้าง

“มั่นใจเลยว่าตอนนั้นต้องมีผู้ซื้อเครื่องปรุงของไทยแน่ ซึ่งไม่ใช่โชคดีที่ผมไม่ได้เห็นแต่เพียงโอกาส เพราะดันถูกจังหวะที่อาหารไทยเริ่มเป็นเทรนด์ใหม่ที่ต่างชาติเริ่มรู้จักและสนใจ เพราะมีส่วนผสมของสมุนไพรต่างๆ ตอนนั้นเริ่มต้นทำไปทั้งหมด 30 อย่าง ส่งออกหมด กะทิ น้ำปลา เครื่องต้มยำ ต้มข่า เป็นต้น”

จากวันนั้นสู่วันนี้ผ่านไป 15 ปี เขามีสินค้าทั้งหมด 250 สูตร และส่งไปขายกว่า 50 ประเทศ คิดเป็นสัดส่วนการส่งออกถึง 99% ของรายได้ทั้งหมด โดยลูกค้าหลักคือยุโรป 76% สหรัฐ 6% และปี 2557 เริ่มที่จะเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐมากขึ้น พร้อมกับประเทศในภูมิภาคเอเชียที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกมากขึ้น เทรนด์การบริโภคอาหารไทยและการท่องเที่ยวกำลังขยายไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และเริ่มได้กระแสตอบรับที่มากจากที่ปัจจุบันคนเริ่มให้น้ำหนักการรักษาสุขภาพ

นอกจากนั้น บริษัทก็พยายามเพิ่มแบรนด์สินค้าให้หลากหลายมากขึ้น จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ 5 กลุ่มหลัก คือ เครื่องซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่างๆ ซึ่งเป็นรายได้หลัก เครื่องแกง เครื่องดื่ม อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน และอาหารกึ่งสำเร็จรูปแบบอื่น ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่คือพวก พริก กระเทียม คิดเป็น 75% ก็จะมีการบริหารความเสี่ยงในหน้าที่ไม่ใช่ฤดูก็เก็บเอาไว้ก่อน ขณะที่ค่าแรงคิดเป็นเพียง 78% ของต้นทุนโดยรวม

จะเห็นได้ว่าจุดเด่นของผู้ชายคนนี้นอกจากรู้จักเป็นคนสังเกตจากสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวหรือในชีวิตประจำวันนำมาสร้างโอกาสให้กับตัวเองแล้ว เขายังเป็นคนที่ชอบสร้างความแตกต่าง กล้าคิด กล้าทำ เพื่อให้มีความแตกต่างจากคู่แข่งและสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา โดยเฉพาะการเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น เข้าถึงง่าย และเพราะความต่างและความใกล้ชิดที่ลูกค้าสัมผัสได้จึงกลายเป็นสิ่งที่เขาได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า

“ผมยังให้ความสำคัญกับเรื่องการออกแบบสินค้าด้วย เพราะเชื่อว่าจะเห็นชัดเจนและเป็นที่สนใจจากลูกค้าได้เมื่อวางอยู่บนชั้นวาง ใครจะไปนึกว่าสีแดงดำจะกลายเป็นสีหลักที่ช่วยทำให้แบรนด์เราเป็นที่รู้จัก พื้นสีดำ มีส่วนของรูปของพริกสีแดงจัดมาตัด รวมถึงต้องนึกถึงความต้องการใช้จริงจากผู้บริโภค โดยบอกคุณลักษณะว่าผลิตภัณฑ์นั้นเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง เพื่อเจาะฐานลูกค้าใหม่ที่ต้องการรู้จักวิธีการทำอาหารไทย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้แบรนด์เอ็กโซติคติดตลาดได้ง่าย หลังจากนั้นความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์สินค้าก็จะตามมาเอง”

ทว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับแนวทางการทำงานของเขาคือ หากคิดอะไรแล้วต้องรีบลงมือทำ เพราะบางทีโอกาสจะมาก็มาเลย อย่าปล่อยให้มันผ่านไป สำหรับเขาอาจจะใช่ที่คิดแล้วทำเลยและมาในจังหวะที่ถูกที่ควร และโอกาสที่เขาคิดจะทำนั้นต้องคว้ามาด้วย ทางกลับกันหากตอนนั้นเขาเพียงแค่คิดแล้วปล่อยไป บริษัทนี้ก็ไม่เกิดขึ้นมาได้ อย่างไรก็ดีเขาคิดว่าทุกคนมีโอกาสและช่องทางอย่างเขาได้เช่นกัน ยกเว้นคิดแล้วจะคว้ามาหรือเปล่า และสำหรับเขาตอนนี้ต้องการให้เครื่องแกง เครื่องครัว หรืออาหารไทยไปสู่ระดับโลก สมกับที่หลายคนพยายามจะผลักดันให้ครัวไทยไปเป็นครัวโลกได้จริงๆ และเขาจะดีใจมากที่จะเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้ประเทศไปสู่ระดับนั้นได้

15 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตมาก แต่ผู้ชายคนนี้ยังมีอีกหนึ่งฝันคือ การนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ เพราะทุกอย่างจะมีความเพียบพร้อมมากทั้งแบรนด์ การเติบโต การขยายไปสู่ต่างประเทศ ภาพลักษณ์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ทั้งหมด 70 ล้านหุ้น เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายในไตรมาส 3 นี้ โดยตั้งใจจะนำเงินไปใช้ซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ ก่อสร้างโรงงานใหม่ ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน อีกไม่นานอีกหนึ่งฝันของชายผู้กล้าคิดและลงมือทำกำลังจะเป็นจริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท