posttoday
"เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์"ชิงธงผู้นำโรงหนังกลุ่ม CLMV

"เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์"ชิงธงผู้นำโรงหนังกลุ่ม CLMV

02 กรกฎาคม 2557

กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจเพราะเป็นประเทศที่เริ่มพัฒนา

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจเพราะเป็นประเทศที่เริ่มพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณูปโภค สินค้าอุปโภคบริโภค หรือแม้แต่ธุรกิจบันเทิง ที่เป็นอีกเป้าหมายสำคัญในการลงทุนของกลุ่มธุรกิจไทย

วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป กล่าวว่า กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีถือเป็นประเทศหลักในการเดินหน้าลงทุน โดยภายใน 5 ปีข้างหน้าได้เตรียมงบลงทุนอีกไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ที่จะพัฒนาโรงภาพยนตร์และโบว์ลิ่งในกลุ่มประเทศดังกล่าวให้มากขึ้น

จากปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปลงทุนที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยร่วมทุนกับบริษัท แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ ในสัดส่วน 70:30 ซึ่งใน 30% นั้นเป็นผู้ถือหุ้นจากกัมพูชาและอินโดนีเซีย เพื่อเปิดโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 7 โรง และโบว์ลิ่ง 13 เลน ภายในอิออน มอลล์ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่แห่งแรกที่เริ่มเปิดให้บริการ ใช้เงินลงทุนรวม 150 ล้านบาท หรือเฉลี่ยโรงละ 12 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 3 ปี และมีอัตราค่าตั๋วชมภาพยนตร์อยู่ที่ 4 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 130 บาท/ที่นั่ง

สำหรับการขยายสาขาต่างประเทศครั้งแรกที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ที่มีประชากรมากกว่า 2 ล้านคน และมีชาวต่างชาติเข้ามาทำงาน อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี จำนวนมาก เพราะเป็นศูนย์กลางทางการค้า ขณะที่ประชากรกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางเป็นคนรุ่นใหม่ แวดล้อมด้วยโรงเรียน มหาวิทยาลัย และบริษัทข้ามชาติ

ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนของบริษัทจะเน้นไปกับศูนย์การค้า หรือมอลล์ขนาดใหญ่ที่มีการลงทุนในประเทศนั้นๆ เช่น อิออน มอลล์ จากประเทศญี่ปุ่นที่ได้มาพัฒนาโครงการ แต่บริษัทจะไม่ไปร่วมกับโลคัลมอลล์ เนื่องจากจะมีความเสี่ยง เพราะศูนย์การค้าขนาดเล็กนั้นจะขาดการดูแลที่ดี

“ที่ผ่านมามีเจ้าของศูนย์การค้าขนาดเล็กในประเทศเหล่านี้ติดต่อเรามาเพื่อขอให้เราเข้าไปเปิดโรงหนังด้วย แต่เราก็เลือกเฉพาะรายใหญ่ๆ ในการนำแบรนด์เมเจอร์เข้าไปเปิดร่วมภายในศูนย์การค้าที่มีศักยภาพ เพราะเมเจอร์ถือเป็นผู้นำในธุรกิจโรงหนังที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเกินกว่า 50% ในไทย และตั้งเป้าจะครองส่วนแบ่งไม่ต่ำกว่านี้ในหลายประเทศที่ไปเปิดตลาด” วิชา กล่าว

ปัจจุบันโรงภาพยนตร์ในประเทศกัมพูชาทั้งหมดมีจำนวน 18 โรงทั่วประเทศ หากนำมาหาค่าเฉลี่ยแล้วจะพบว่าประชากรเฉลี่ย 5 หมื่นคน/โรง ขณะที่กัมพูชาอนุญาตให้นำเข้าภาพยนตร์ไทยได้ 24 เรื่อง/ปี โดยส่วนแบ่งทางการตลาดภาพยนตร์ในกัมพูชา ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด 60-70% ไทย 20-25% กัมพูชา 10% และจีน 5%

ขณะนี้เมเจอร์มีโรงภาพยนตร์เปิดให้บริการทั้งสิ้น 72 สาขา 495 โรง จำนวน 118,292 ที่นั่ง และโบว์ลิ่ง 28 สาขา 5-10 เลน ให้บริการในไทย 71 สาขา 488 โรง จำนวน 116,732 ที่นั่ง โบว์ลิ่งเปิดให้บริการในไทย 22 สาขา 375 เลน และในประเทศอินเดีย 6 สาขา 135 เลน

สำหรับธุรกิจโรงภาพยนตร์ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าโต 10% หลังจากผ่านวิกฤตทางการเมืองภายในประเทศ เนื่องจากในครึ่งปีหลังจะมีภาพยนตร์ทำเงินเข้ามามากขึ้น ขณะที่โรงในต่างจังหวัดเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้มากถึง 30% โดยปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวม 7,711 ล้านบาท เติบโตในภาพรวม 23%

ทั้งนี้ บริษัทวางแผนใน 5 ปี รายได้หลักจะมาจากตลาดในประเทศ 80% อีก 20% จะมาจากต่างประเทศ จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศนั้นยังไม่ถึง 5% โดยประเทศต่อไปที่จะไปลงทุนคือลาวและพม่าที่จะเห็นต่อจากกัมพูชา

นี่คือแผนลงทุนครั้งใหญ่ของผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ไทย รับกับการเปิดเออีซี

ข่าวล่าสุด

ฮุนไดเขย่าตลาด MPV เปิด STARIA Hybrid 11 ที่นั่ง เริ่ม 2.099 ล้าน

ฮุนไดเขย่าตลาด MPV เปิด STARIA Hybrid 11 ที่นั่ง เริ่ม 2.099 ล้าน