
พฤติกรรมทางการเงิน
ผมได้มีโอกาสอ่านรายงานผลการสำรวจทักษะทางการเงินของไทย ปี 2556 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำการศึกษาถึงระดับความรู้ ตลอดจนพฤติกรรม และทัศนคติทางการเงินของคนไทย เพื่อที่จะได้นำมาช่วยในการส่งเสริมให้คนไทยเราสามารถยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น โดยผลการสำรวจนั้นพบว่าคนไทยยังขาดความรู้ทางการเงิน โดยเฉพาะในเรื่องการคำนวณดอกเบี้ย ส่วนพฤติกรรมและทัศนคติทางการเงินนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีบางพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง คือ พฤติกรรมการตัดสินใจทางการเงินและทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งมีผู้ไม่ได้คะแนนในพฤติกรรมนี้เลยถึง 93.5 % และปัญหานี้มีส่วนส่งเสริมให้หนี้สินภาคครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นจนมาอยู่ที่ 82.3 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
ผมได้มีโอกาสอ่านรายงานผลการสำรวจทักษะทางการเงินของไทย ปี 2556 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำการศึกษาถึงระดับความรู้ ตลอดจนพฤติกรรม และทัศนคติทางการเงินของคนไทย เพื่อที่จะได้นำมาช่วยในการส่งเสริมให้คนไทยเราสามารถยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น โดยผลการสำรวจนั้นพบว่าคนไทยยังขาดความรู้ทางการเงิน โดยเฉพาะในเรื่องการคำนวณดอกเบี้ย ส่วนพฤติกรรมและทัศนคติทางการเงินนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีบางพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง คือ พฤติกรรมการตัดสินใจทางการเงินและทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งมีผู้ไม่ได้คะแนนในพฤติกรรมนี้เลยถึง 93.5 % และปัญหานี้มีส่วนส่งเสริมให้หนี้สินภาคครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นจนมาอยู่ที่ 82.3 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
การทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้น คนส่วนใหญ่อาจมองว่าไม่มีความจำเป็น ไม่เห็นประโยชน์ มีความยุ่งยาก ไม่มีเวลา ทำให้สะท้อนออกมาในคะแนนการสำรวจที่ต่ำมากในครั้งนี้ แต่การบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายนั้น จะเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลของรายได้และค่าใช้จ่ายที่บางอาชีพนั้นอาจจะมีรายได้ไม่แน่นอนหรือขึ้นกับฤดูกาล อีกทั้งยังบอกถึงค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทที่เราได้ใช้ไป ทำให้เรารู้ว่าแต่ละเดือนรายได้และรายจ่ายสมดุลกันหรือไม่ และเราสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการวางแผนทางการเงิน ซึ่งพฤติกรรมในการทำบัญชีรายรับรายจ่ายนี้มีข้อดี เช่น
1.ช่วยให้เราทบทวนการใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสม บัญชีรายจ่ายนี้จะช่วยให้เราเห็นว่าเราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง บางครั้งเราอาจคิดไปเองว่าเราไม่ได้ใช้จ่ายอะไรมากมาย แต่พอมาตรวจสอบบัญชีก็อาจจะเห็นค่าใช้จ่ายมากกว่าที่เราคิด และเราก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายบางประเภทที่ไม่จำเป็นนั้นลงไปได้
2.ช่วยในการวางแผนการออมเงินและลงทุน เราคงได้ยินอยู่เสมอว่าต้องเก็บออมก่อนแล้วค่อยนำเงินที่เหลือไป ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ รวมทั้งใช้จ่ายอื่นๆ แต่คนส่วนใหญ่มักจะออมส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายแล้ว ทำให้การวางแผนการออมและลงทุนไม่ได้ตามเป้าหมาย และคนอาจไม่เหลือเก็บออม การทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะทำให้เราสามารถบริหารเงินออมนั้นให้ถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.ช่วยในการวางแผนหนี้สิน ในกรณีที่เรามีความจำเป็นต้องก่อหนี้สินหรือใช้เงินก้อนใหญ่ บัญชีนี้จะช่วยให้เราพิจารณาได้ว่าเรามีค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายอยู่ทุกเดือนแล้ว เมื่อรวมกับการผ่อนหนี้ที่กำลังจะสร้างขึ้นใหม่แล้วเป็นจำนวนที่สูงเกินไปหรือไม่ โดยปกติแล้วเราควรมีภาระการผ่อนไม่เกิน 35 % ของรายได้ประจำเดือน และเราควรต้องคำนึงด้วยว่าหากมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินเกิดขึ้น เราจะสามารถรองรับเหตุการณ์นั้นได้อย่างไร
นอกจากนี้ การที่เราทำบัญชีรายรับรายจ่าย ยังเป็นการฝึกให้เรามีวินัยในการใช้จ่าย และสามารถประหยัดเงินกับสิ่งที่ไม่ควรเสีย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะหยุดการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง เลิกซื้อเสื้อผ้า หรือเลิกหาความสุขให้ตัวเอง การทำบัญชีนี้จะสามารถบอกเราได้ว่า เราใช้เงินกับกิจกรรมที่ไม่จำเป็นนั้นมากเกินไปหรือเปล่า หรือในบางเดือนหลังจากการเก็บออมแล้วเราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ จนมีเงินเหลือ ซึ่งการที่เราจะไปสนุกสนานกับเพื่อนฝูงเพิ่มเติมภายในงบประมาณที่เหลือก็ไม่ถือเป็นการผิดวินัยการเงินแต่อย่างไร
การทำบัญชีรายรับรายจ่าย ไม่ได้เป็นเรื่องยุ่งยากหรือใช้เวลามากมาย ขอเพียงมีความตั้งใจและจดบันทึกลงในบัญชีทุกวันให้ถูกต้องและครบถ้วน เราสามารถบันทึกในสมุดโน้ต เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีโปรแกรมต่างๆ ที่ทำให้การบันทึกบัญชีนี้สะดวกรวดเร็ว เช่น โปรแกรม KSaving Memo เราสามารถ Download ได้ฟรีที่ www.askKBank.com/KExpert โปรแกรมนี้นอกจากจะช่วยให้เราสามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถช่วยเตือนเมื่อเรามีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ครบกำหนดและช่วยบริหารการลงทุนให้เราได้อีกด้วย มาช่วยกันสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีเพื่อชีวิตที่มั่นคงในอนาคตกันนะครับ







